[SF] Hot Issue [2/2] (Temp*GD)

posted on 24 Jun 2008 16:18 by bojae-shinki

 

 

 

Title: [SF] Hot Issue (2/2)
Part: กางเกง (จียง) เป็นเหตุ
Author: Shin-Dragon
Paring: Tempo*G-dragon
Genre: Comedy (มั้ง)
Rate: NC-17 (เกิดขึ้นแล้วหรอวะ?)


ข้อแม้!!


ข้อแม้คืออะไร?


อย่ามาพูดแล้วยิ้มแบบนั้นนะเว่ย เดี๋ยวปั๊ดต่อยหมดหล่อซะนี่....ริอาจจะมีข้อแม้....... ฝันไปเหอะ ระดับควอน จียงอยากจะใส่ก็ต้องได้ใส่ ข้อมงข้อแม้อะไรไม่สนใจทั้งนั้นน่ะ!!

“เดี๋ยว....จะไปไหน?” ฉลาดจังนะ พอพูดแค่นี้ก็ระวังเนื้อระวังตัวขึ้นมาเชียว อย่าหวังว่าจะรอดเลย ชเว ซึงฮยอนไม่ยอมเสียเปล่าแน่ๆ ของแบบนี้ต้องต่างคนต่างได้เว่ยคับ


“ก็จะเอากางเกงไปเก็บ...ทำไม! อย่าบอกนะว่าเปลี่ยนใจ ฉันไม่ยอมจริงๆด้วย” ผมเกือบหลุดขำกับท่าทางไม่ยอมของจียงไปแหน่ะ.....ไหนอวดนักอวดหนาว่าตัวเองแมนโคตรๆ กะอีท่าไม่ยอมจริงๆด้วยเนี่ย ทำไมมันถึงได้น่ารักแบบนั้นน่ะ ไม่เห็นเหมือนผู้ชายทั่วไปเขาทำกันเลย ปากหวานๆเชิดขึ้น รั้นซะจนอยากจะจูบให้ขยับพูดไม่ได้จริงๆ


“ตกลงข้อแม้กันก่อนสิ” ผมดึงเอาร่างเล็กๆนั่นล้มลงมากอดซบอกอีกที หลังจากที่เจ้าตัวลุกขึ้นจะหนีเอากางเกงไปเก็บจริงๆอย่างที่พูด

“เฮ้ย!....ก็ลุกมาพูดดีๆได้มั้ยเล่า ทำไมต้องจับมาซบแบบนี้ด้วย” ร่างเล็กดิ้นขยุกขยิกแต่แรงมือของคนที่มีกำลังเหนือกว่าก็ข่มได้อยู่หมัดเหมือนเดิม ได้ยินแต่เสียงถอนหายใจของจียงที่พ่นออกมาอย่างจำยอม เท่านั้นผมก็มองเห็นชัยชนะใสสะอาดอยู่ตรงหน้าแล้ว

“ก็ฉันชอบแบบนี้...” ห๊ะ!!..............น้อยๆหน่อยชเว ซึงฮยอนเล่นมาพูดหน้าตายแล้วยังบังคับกอดคนอื่นชัดๆ จะพูดว่าชอบได้อีกนะ

ว่าแล้วก็ทุบมันสักทีเหอะไอ้อกหนาๆเนี่ย............................แมร่ม อุ่นชะมัดเลยวุ้ย! เกลียดที่แค่ซบอกมันก็พาลจะมีความสุขขึ้นมาซะเฉยๆ เกลียดหน้าหล่อๆของมันด้วยที่มองทีไรก็หวั่นไหว เกลียดที่มันโง่เกินความจำเป็นแล้วก็เลือกฉลาดได้ไม่ถูกเวลานี่อีก......



เกลียด..............แต่ก็รักมันที่สุดในโลกเลย(?)



“มันเจ็บนะ...ทุบลงมาได้ มือนี่ไม่ใช่เบาๆนะเนี่ย” มือหนากำรอบข้อมือเล็กที่เพิ่งประทุษร้ายตนไปหยกๆ ว่าไปอย่างนั้นแต่ก็ยังอดยิ้มกับการกระทำของจียงไม่ได้สักที



ผมบอกแล้วว่าควอน จียงน่ารัก


“อย่าเปลี่ยนเรื่อง....ถ้าขืนยังลุ่มล่ามอีกจะซัดให้ปากช้ำเลย” ขนาดตอนขู่ก็ยังน่ารัก แยกเขี้ยว แยกฟันใส่ ใครมันจะไปกลัวลง มีกระจกมั้ยคับ....ให้เขาเอาไปส่องดูทีว่าที่ทำอยู่น่ะมันน่ารักขนาดไหน จียงนะจียง.......วันๆนึงไม่น่ารักสักนาทีจะหายใจไม่ออกหรือไงวะคับ

“ใจร้ายขนาดนั้นเชียว...ถ้าปากช้ำก็อดจูบน่ะสิ” หล่อก็ใช่ โง่ก็ยิ่งใช่ใหญ่ แถมยังหน้าด้านพูดโต้งๆได้อีก จูบเจิบอะไรกัน...........มาพูดในสถานการณ์กำลังคับขันแบบนี้ ควอน จียงเสียวไส้นะเว้ย!


“อย่ามาเล่นลิ้น...เดี๋ยวมีเจ็บจริง!”


“ง่ะ....ทุกทีก็เล่นไม่เห็นเป็นไรเลย”

เดี๋ยวก่อน..............


อะไร? ......................


“ไอ้ที่บอกว่าทุกทีก็เล่นนี่มันหมายความว่ายังไง? จงอธิบายให้เข้าใจภายในสองวินาที...........ปฏิบัติ!!”


“ก็เวลาจูบกันทุกทีก็เล่นไม่ใช่รึไง...ยังจะมาทำหน้าสงสัยอีก”

ตู้ม!!............พอใจในคำตอบมั้ย ควอน จียง จะหน้าแดงเพราะโกรธมันหรืออายมันดี....ว้อย! ขนาดตั้งใจว่ามันก็แล้ว ขู่ก็แล้ว.................


มันยังคิดเอาตัวรอดด้วยวิธินี้ได้!!!!!!

เห็นมั้ยล่ะ ผมบอกแล้วว่าเทมโปมันเลือกฉลาดไม่ถูกเวลา ว่าแต่ว่าผมจะเลือกชกมันตรงไหนดี? เอามุมปากมันดีมั้ยชอบยิ้มกวนๆนัก หรือเล็งมันส่วนบนดีจะได้โดนจมูกโด่งๆของมันไปด้วย เอาให้เลือดกำเดาไหลมากลบกับเลือดปากเลย


มือเล็กอีกข้างเตรียมจะจัดการคนที่นอนทำหน้ายียวนกวนเส้นเลือดตรงส้นเท้าให้กระตุก แต่ยังไม่ทันจะโคจรลงตรงเป้าหมายที่ตั้งไว้ร่างเล็กกว่าก็ถูกจับพลิกนอนหงายแทนที่ร่างสูง ที่ตอนนี้เปลี่ยนมาคร่อมร่างบางๆเอาไว้ได้ทั้งตัวแล้ว เป็นแบบนี้ก็จบเลยสิคับ


“ข้อแม้........ฉันยอมให้นายใส่กางเกงตัวนี้ก็ได้แต่......................” ริมฝีปากบางเม้มแน่น ลมหายใจแทบสะดุดเมื่ออีกคนจงใจพูดชิดกับกลีบปากบางๆ ซึงฮยอนหล่อไกลๆก็แย่แล้ว นี่มาหล่อติดหน้าติดตากันแบบนี้ ใครมันจะไปหายใจทันกันวะ


“@!*//…………….&#%”



เสียงกระซิบเลื่อนจากกลีบปากนุ่มมายังใบหูขาวสะอาดของคนที่นอนแน่นิ่งอยู่ ใครๆก็ว่าเสียงกระซิบมันเบาซะแทบจะไม่ได้ยิน แต่ผมกลับได้ยินมันชัดเจนเลย แถมมันยัง Repeat อัตโนมัติอีกด้วย


ไม่!!!!!!!!!!!!!


ควอน จียงไม่ยอมเด็ดขาดเลย..............เสียเปรียบชัดๆ ไม่เอาอ่ะ......ไม่ยอมนะเว่ย


“ไม่ทำอ่ะ.....ลุกออกไปเลยนะ...............นี่!!” เสียงเล็กร้องใส่อย่างเด็กดื้อมือที่หนากว่าเลยรวบข้อมือทั้งสองข้างไว้เหนือศีรษะ ไม่ให้มาทำร้ายร่างกายเขาอีก


“พูดน่ะก็ฟังกันบ้างสิ.....” ผมลงเสียงเข้มไปเต็มความรู้สึก เชื่อมั้ยล่ะว่าจียงหยุดดิ้นเหมือนเด็กลงไปถนัดเลย


ตาเรียวเล็กจ้องมองไปที่กางเกงตัวปัญหาที่กองอยู่ไม่ไกลจากตัวคนทั้งสอง คิ้วเริ่มขมวดมุ่นให้ได้รู้ว่าคนตัวเล็กกำลังใช้ความคิดอย่างหนัก ชั่งใจว่าควรจะใส่มันดีมั้ย ถ้าไม่ใส่ก็ไม่ใช่จียงอ่ะ เพราะคนอย่างจียงอยากใส่ก็ต้องได้ใส่ แต่ถ้าใส่ก็ต้องแลกกับข้อแม้ของไอ้หล่อตัวเป้งนี่................เอาไงดีวะ?



ผมมองตามดวงตาทั้งคู่ที่เพ่งมองไปยังกางเกงขาดๆแต่มีสไตล์ตัวนั้น จริงๆมันก็ไม่ได้มากมายอะไรถ้าผมจะยอมให้ใส่ง่ายๆ ไอ้หึง หวงน่ะมันก็แน่อยู่แล้ว แต่วางใจเถอะว่าผมไม่ได้ตั้งใจจะเอามันมาเป็นปัญหาให้คนรักของผมต้องคิดมากแบบนี้ ผมรู้ดีว่าจียงเป็นคนยังไง ไอ้รอยขาดๆที่ถี่ๆแบบนั้นเห็นไม่มากไม่มายนักหรอก แค่วับๆแวมๆอย่างที่ไอ้ยองแบมันพูดจริงๆ......แต่ก็บอกแล้วไงเพราะว่าผมรู้จักคนอย่างควอน จียงดี ผมถึงต้องมีข้อแม้มาแลกเปลี่ยนน่ะ


“โห.....คิดยังไงเนี่ยพี่....ถึงได้เอาหัวไปโหม่งอ่างกุชชี่เล่นแบบนั้นอ่ะ เจ็บมากมั้ย?” คัง แดซองที่นั่งอยู่ใกล้ๆช่วยทายาลงบนรอยปูดที่นูนขึ้นบนหัวที่เกือบจะเรียกว่าเกรียนของคนเป็นพี่อย่างเบามือ ระวังไม่ให้มือลงน้ำหนักมากไป เพราะเดี๋ยวพี่ยองแบแหกปากขึ้นมาแดซองได้ตายก่อนเจอโดเรม่อนแน่ๆ


น้องเล็กอีกคนที่นั่งหัวเราะคิกคักๆอยู่ทำให้ยองแบต้องเหลือบตามองอย่างสงสัย ตาแพนด้าแบบนั้นเวลาหัวเราะนี่ก็แทบจะไม่เห็นเลยเหมือนกันว่ามีตาอยู่ คงจะขำมากมายกับอะไรบางอย่างถึงได้หัวเราะตาปิดขนาดนั้น


“อ่างกุชชี่มันก็อยู่ของมัน คนเรานี่ก็บ้าเนอะ...อยู่ๆเอาหัวไปโหม่งเล่นให้เจ็บซะงั้น ไอ้เราก็นึกว่าเป็นอะไร ให้ตายเถอะ.....พี่เครียดกับการโซโล่เดี่ยวขนาดนั้นเลยหรอคับ.....ฮ่าๆๆๆ” ไอ้มักเน่....ที่เคยเอ็นดู เคยรัก เคยทะนุถนอมมันมา.....พอได้เดบิวต์ด้วยกันเนี่ย มันไม่เคยซึ้งไม่พอ.....มันยังจะกล้าเหยียบซ้ำเวลาที่เราเจ็บแบบนี้อีก รู้งี้น่าจะหักคอกินตั้งแต่มันเข้ามาแรกๆแล้ว ฮึ้ย!!


“เฮ้ย...มักเน่นายก็พูดเกินไปสงสารพี่เขามั่งดิ เห็นมั้ยหัวปูดแล้วเนี่ย....ฮ่าๆๆๆ” ขอบใจมากแดซอง ขอบใจที่ปลอบฉันแล้วก็ช่วยสั่งสอนมักเน่มันให้


แต่แกจะประสานเสียงหัวเราะกับมัน..............เพื่อ?


……………..
………………………..



และแล้วก็ถึงวันเปิดตัวกางเกงเจ้าปัญหาของควอน จียง



“ในที่สุดก็ตัดสินใจใส่มาจนได้นะ” ร่างสูงที่ขึ้นมานั่งรอในรถอยู่คนแรกเอ่ยทักคนที่ตามเข้ามานั่งข้างๆ แต่จียงก็ยังเชิดหน้าไม่สนใจ ก็บอกแล้วว่าควอน จียงซะอย่าง อยากทำก็ต้องได้ทำ อยากใส่ก็ต้องได้ใส่


ร่างสูงจับจ้องคนที่เข้ามานั่งลงข้างๆอย่างสนใจ เสน่ห์ของควอน จียงที่เห็นเท่าไหร่ก็เรียกให้ดวงตาคมทั้งคู่ต้องจับมองอย่างไม่อยากกระพริบตาได้ทุกครั้ง หมวกสีดำรูปดาวสีขาวที่พี่แทบินยกให้จียงตั้งแต่เริ่มเดบิวต์ ถูกสวมออกงานอีกครั้ง พร้อมกับแว่นกรอบดำธรรมดาที่ถูกใส่แทนแว่นสีสันเจ็บแสบ เข็มขัดสีเหลืองอร่ามพร้อมกับรองเท้าของไนกี้ที่เจ้าตัวเป็นคนออกแบบเองก็ยังเป็นสีเหลืองเช่นกันกับเข็มขัด เชือกรองเท้าอีกข้างเป็นสีน้ำเงิน ดูทั้งเนื้อทั้งตัวตั้งแต่หัวจรดเท้าแล้ว ควอน จียงแนวได้เจ็บตับมากๆเลย โดยเฉพาะ กางเกงขาดโชว์ขาอ่อนนั่น

“ผมชอบกางเกงพี่จียงอ่ะ....” น้องเล็กเอ่ยปากชมหลังจากที่ขึ้นรถมาเป็นคนที่สาม....แล้วนั่งลงขนาบข้างจียงอีกฝั่งนึง


ชเว ซึงฮยอนเกลียดรถตู้กับพื้นที่นั่งด้านหลังว่ะคับ...จะกว้างไปไหน แล้วทำไมมันต้องทำให้นั่งได้มากกว่าสองคนด้วยไม่เข้าใจ แต่ที่จริงแล้วทำไมผมถึงไม่เลือกนั่งเบาะหน้าที่มันนั่งได้สองคนล่ะวะ แมร่มมาคิดตอนนี้แล้วมันจะไปทันกินอะไร แดซองกับยองแบนั่งไปแล้วเรียบร้อย อีกเบาะที่นั่งเดี่ยวก็เป็นของผู้จัดการวง อันนั้นไม่เกี่ยวไม่สน


“จริงหรอ....พี่ก็ชอบเหมือนกัน เท่ดีใช่มั้ย?” คนสองคนหันไปพูดคุยกันหงุงหงิงน่ารัก มักเน่น่ะหรอน่ารัก......ไอ้เด็กจองล้างจองผลาญนั่นไม่น่ารักในสายตาผมหรอกคับ มันต้องเด็กดื้อด้านแบบควอน จียงนี่ ขนาดให้ข้อแม้ไปก็ยังไม่สะทกสะท้านเลย กล้าใส่มันมาแล้วแบบนี้ แสดงว่าเตรียมตัวรับกับข้อแม้แล้วแน่ๆใช่มั้ย



“ตรงนี้ก็ขาด..................ตรงนี้ก็ขาด”





เฮ่ย!........ไอ้เด็กเปรต!!!




ว่าเฉยๆไม่พอ....ทำไมต้องเอานิ้วไปจิ้มขาขาวๆของจียงตามรอยขาดๆนั่นด้วย แมร่ม! เผลอคิดอะไรแปบเดียวมันก็ถือโอกาสจ้วงเอาๆซะแล้ว



“เฮ้ยๆ.....มากไปแล้ว อย่ามาจิ้มเหมือนเป็นของเล่นสิเฟ้ย” มือใหญ่ปัดมือคนเป็นน้องออกอย่างหึงหวง ซึงรีเหลือบตาแพนด้าขึ้นมอง

“พี่จะหวงอะไรนักเนี่ย....ปกติผมก็เล่นกับพี่จียงบ่อยจะตายไป....เนอะ” ท้ายประโยคหันไปเนอะแนะกับจียง เล่นบ่อย....เล่นบ่อยงั้นหรอ ไอ้จิ้มขาขาวๆของจียงน่ะนะที่เล่นกันบ่อยๆ

เฮ้ย! ต่อไปนี้ไม่ได้....ปล่อยให้อยู่ด้วยกันไม่ได้แล้ว เกิดไอ้มักเน่ร้อนรนจับกดจียงขึ้นมา.....ไอ้เทมป์ก็ตายห่านสิเว่ยไอ้มักเน่มันยิ้มไม่เท่าไหร่แต่คนที่นั่งข้างๆผมเนี่ยยิ้มรับแบบนั้นมันท้าทายอารมณ์ของชเว ซึงฮยอนมากไป ไม่ได้.....ปล่อยเอาไว้แบบนี้ไม่ดีแน่


“เปลี่ยนที่กันหน่อยสิ”

“อะไรอีกเล่า...นั่งเฉยๆได้มั้ย”

“อย่าทำตัวมีปัญหา....แค่กางเกงยังไม่พอใช่มั้ย?” ไอ้หล่อนี่!!.......มันชักจะพาลมากไปแล้วนะ หาว่าเขาทำตัวมีปัญหาเหมือนกางเกงหรอ
“นี่...ชเว ซึงฮยอนรู้แล้วว่ารัก ว่าหวงแต่ช่วยเก็บอาการหน่อยได้มั้ย” นี่กล้าพูดแล้วนะเนี่ยทั้งๆที่เขินจะแย่ละ ซึงรีมันกลั้นยิ้มพออกพอใจใหญ่แล้ว ดีที่ไอ้สองตัวข้างหน้ามันเอาหัวซบกันหลับไม่งั้นคงได้ยินด้วยแน่ๆ



“ก็รู้แล้วยังทำ?”



จิ๊....ไม่รู้จะพูดอะไรแล้ว ว่ามันทีไรก็จนมุมมันทุกครั้ง จำต้องยอมแลกที่นั่งกับมันน่ะสิ ดูมันยิ้มเข้าไม่อยากมองหน้าแล้ว....................เขินโว้ย!!


“แหมๆ...แค่น้องจับนิดจับหน่อยก็ไม่ได้เลยนะ” ซึงรีอดแซวไม่ได้เมื่อร่างสูงใหญ่มานั่งแทนที่พี่ชายสุดที่รักอีกคน


“ฟัง MD ไปเลยไป....อย่าพูดมาก” มือหนาจัดการจับหูฟังที่กองอยู่ตรงหน้าตักของคนเป็นน้องขึ้นใส่ให้ที่หู พร้อมกับแย่งตัวเครื่องเล่นมากดเล่นเพลง ไม่พอเพิ่ม Volume ให้อีกซะจนเสียงเล็กร้องโวยวาย


“โอ๊ย!....พี่หูจะแตกแล้ว” ผู้จัดการวงหันมามองเบาะหลังอย่างคาดโทษ...เล่นอะไรกัน


“ขอโทษคร้าบบบ...” พี่ใหญ่รับผิดชอบด้วยการเอ่ยปากขอโทษ คนเป็นผู้จัดการได้แต่ส่ายหัวให้กับความเป็นพี่ใหญ่แต่รั่วหนักกว่าใครเพื่อนในวง ให้มันได้อย่างงี้สิ ชเว ซึงฮยอน


โชคดีที่แดซองและยองแบยังหลับเป็นตายไม่ลุกขึ้นมาด้วยอีกคน ฟู่ว!!


ผมหันมามองเจ้าน้องคนเล็กที่ตอนนี้ทำเป็นไม่รู้เรื่องอะไร นอนฟังเพลงสบายใจเฉิบไปแล้ว เดี๋ยวก่อนเถอะ...ไอ้ตัวแสบแหกปากโวยวายให้ผมรับหน้ากับผู้จัดการแล้วดูมันสิ นอนฟัง MD ยิ้มสะใจเฉยอีก ร้ายเหมือนคนพี่มันไม่มีผิดเลยจริงๆ


อ๊ะ!!...จียงๆ ผมควรจะหันมาสนใจจียงได้แล้ว แต่ทว่า................................


หลับ?..................


หลับไปตั้งแต่เมื่อไหร่ ทำไมทุกคนพร้อมใจกันหลับไปหมดแล้วล่ะ โฮก......


“เอางั้นก็ได้” ร่างสูงใหญ่พิงหลังเข้าไปเต็มพนักกว้างจงใจเบียดร่างเอียงเข้าไปหาคนที่นั่งติดกระจกแทนที่ของเขาในตอนแรก มือหนาที่วางอยู่บนตักของตัวเองค่อยๆคืบคลานเข้าตรงหน้าขาที่มีรอยขาดๆกรีดเปิดทางโชว์ความขาวเนียนอยู่.....วางมือแหมะลงพร้อมกับเกลี่ยข้อนิ้วเล่นบนขาขาว สะกิดให้อีกคนที่ยังไม่หลับสนิทรู้สึกตัวขึ้นมา

“เล่นอะไรเนี่ย?” เอ่ยถามเบาๆพร้อมกับมองหน้าคนที่ตามประชิดตัวตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่ยักรู้ หวังว่าคงไม่มีใครเห็นใช่มั้ย จียงกวาดตามองคนนั้นทีคนนี้ทีก็ไม่มีใครมองกลับมา แม้แต่พี่คนขับรถก็ตั้งใจมองถนนข้างหน้าต่อไปไม่ได้สนใจ ถึงได้โล่งอก.........แต่กับไอ้คนตรงหน้านี่ล่ะจะทำยังไงดี เสียงดัง โวยวายก็ไม่ได้

“แอบไปกรีดมาเพิ่มใช่มั้ย?” เสียงอันเยียบเย็นเอ่ยถาม

“เห?....”

ควอน จียงไม่ได้ตกใจแต่แปลกใจมากกว่า........มันรู้ได้ไงว่าผมแอบไปกรีดรอยเพิ่ม?

“ฉันจำได้ว่ารอยกรีดมันไม่ได้ขึ้นสูงแบบนี้” อ้อหรอ! ฉลาดกับเรื่องไม่เป็นเรื่องอีกแล้วสิ

“นายเบลอแล้ว...พี่เขากรีดมาให้แบบนี้ตั้งแต่แรกต่างหาก อย่ามากล่าวหากันสิ” ยังไงซะผมก็ต้องหาทางรอดอ่ะ


“ตกใจที่ฉันรู้ทันงั้นหรอ” ผมบอกแล้วไงว่าผมรู้จัก ควอน จียงดี


“จิ๊!......ก็แล้วมันจะเป็นอะไร” จียงจิ๊ปากใส่ ก่อนจะทำหน้านิ่งกวนๆถามกลับ เรียกเสียงหัวเราะเบาๆให้ดังขึ้นพอได้ยินกันสองคน


“งั้นเอาแบบเบาๆไปก่อนละกัน เพราะข้อแม้ที่ตกลงกันไว้หลังจากเสร็จงานนี้.....ฉันจะทวงทีหลัง” ไม่ทันให้จียงได้ประมวลผลกับคำพูดที่ถูกส่งผ่านมา ริมฝีปากที่เอื้อนเอ่ยเอาแต่ได้ก็กดปิดลงมาบนกลีบปากของจียงในทันที ร่างเล็กปิดตาแน่นไม่กล้าลืมตามอง เขินอายเกินกว่าจะกล้าสู้หน้าได้ ริมฝีปากเลยถูกลิดรอน ป้อนจูบอย่างวาบหวามมือเล็กจิกแน่นที่ปกเสื้อกันหนาวสีฟ้าที่ลายข้างหลังเป็นรูปมิกกี้เม้าส์ ไม่เข้ากับคนใส่อย่างมากแต่มันก็ยังดันทุรังจะใส่ เห็นมั้ยว่าทีมันยังใส่อะไรแบบนี้ได้เลย

“อื้อ....พอ.....” ผมถูกจียงดันออกด้วยแรงอันน้อยนิด......จริงๆมันก็ไม่ถึงกับทำให้ผมต้องผงะออกหรอกนะ แต่ก็บอกแล้วไงว่าเอาแบบเบาๆไปก่อน ปากยังหวานซาบซ่านดีเหมือนเดิมแฮะ ติดแต่ไอ้แว่นกรอบดำของจียงเนี่ย ทำไมเมื่อกี้กรูไม่ถอดมันออกก่อนวะ!


“แค่กๆ....” เสียงไอของซึงรีทำให้จียงต้องเบิกตากว้างขึ้นอย่างตกใจ อย่าบอกนะว่า..................


ซึงฮยอนหันมามองเจ้าของเสียงไอ แล้วก็พบว่าเจ้าตัวเล็กมันไม่ได้หลับอย่างที่คิด แต่มันเห็นทุกอย่างที่เกิดขึ้นทั้งหมด นั่นน่ะกวนอีก ยักคิ้วหลิ่วตาล้อเลียนเดี๋ยวปั๊ด!!


“โห....กับอีแค่กางเกงตัวเดียวพี่ชายผมต้องถูกแลกจูบอย่างงั้นด้วยหรอ.........พี่เทมป์เอาเปรียบเกินไปหรือเปล่า?” มันยังมีมากกว่านี้อีกที่นายไม่รู้น่ะซึงรี เหอะๆ


“นะ...นายเห็นหรอ” เสียงเล็กที่ดังอยู่ข้างๆผมเอ่ยถาม หน้าตาดูกังวลแล้วก็ตกใจมาก แต่ผมก็แค่รู้สึกว่าเรื่องมันธรรมดาอ่ะ


“แหะๆ...ไม่ได้ตั้งใจจะดูหรอกนะพี่ แต่ว่า............” ผมเห็นตั้งแต่ไอ้พี่เทมป์มันเอานิ้วไปสะกิดๆขาขาวๆของพี่แล้ว

“กรรมเวรของจียง...........”

สิ้นคำพูดของคนเสียจูบก็ไม่มีใครพูดอะไรอีก ซึงรีรู้ว่าพี่จียงอายก็เลยหันหน้าหนีให้เองดีกว่า เปิดเพลงฟังต่อไปหลังจากที่ Pause มันไว้ตั้งนาน บทสนทนาของคนทั้งคู่ยังทำให้เขายิ้มได้ทั้งๆเพลงที่กำลังฟังมันเศร้าซะจนเรียกน้ำตา แต่ตอนนี้ร้องไม่ออกเพราะมัวแต่กลั้นยิ้มอยู่น่ะสิ ดีแล้วๆที่เลือกมานั่งเบาะหลังสุด ฮ่าๆ

..........................
...................................



...................................................
คอนโดของ 5 หนุ่มบิ๊กแบง
.....................................................

“โอ๊ย...เหนื่อยเป็นบ้าเลย ผมขอไปงีบก่อนแล้วกันนะฮะ” ซึงรีหายเข้าไปในห้องนอน 1 คนแล้ว

“อ๊ะ...ผมขอตัวเหมือนกันคับ การบ้านยังไม่เสร็จเลย” แดซองก็หายเข้าไปในห้องแล้วอีก 1 คน

แต่....................................

“จียง.....นายช่วยคิดทีสิว่าท่อนร้องท่อนเนี้ยฉันควรจะใส่ลงไปแบบไหนดี” ไอ้ตัวมารนี่ยังอยู่

“ก็...........”

“เอาไว้ค่อยคุยทีหลังได้มั้ย...พอดีว่าจียงติดหนี้ฉันอยู่ว่ะ จำเป็นต้องเคลียร์ด่วน..........เดี๋ยวลูกหนี้หนี” ไอ้เทมป์บ้า...กรูไปติดเงินเมิงตอนไหนฟระ ตราหน้ากรูว่าลูกหนี้ได้ไง เจ็บปวดนะเว่ย คนอย่างควอน จียงกระเป๋าหนักพอ...ไม่เป็นลูกหนี้ใครแน่นอนโดยเฉพาะคนที่ค้างเงินค่าเสื้อโค๊ทที่ยืมกรูไปเดือนก่อนๆอย่างเมิงเนี่ย มีสิทธิเป็นเจ้าหนี้ใครด้วยหรอห๊ะ!!


“เมิงไปค้างเงินพี่เทมป์ตั้งแต่เมื่อไหร่วะ?” ไอ้นี่ก็ซื่อ....เอาสมองที่ไหนมาคิด คนอย่างกรูนี่จะค้างเงินใคร ปั๊ดเพิ่มดอกเบี้ยซะดีมั้ย ค่ารองเท้าที่เมิงยืมเนี่ย


“ค้างเมื่อไหร่ก็ช่างน่า...เรื่องของฉันสำคัญกว่า” อ้าว.......แล้วพูดแค่นั้นก็ลากไอ้จียงออกไปเลย ปล่อยกรูยืนเตี้ยคิดไม่ตกอยู่เนี่ยอ่ะนะ กรรมของดง ยองแบ จริงๆเว้ย!

พอลากคนขี้ดื้อเข้ามาในห้องได้โดยที่ทิ้งสายตาน่าสงสารของไอ้ยองแบไว้ที่เดิม อย่างไม่นึกอยากจะสนใจนักถ้าเทียบกับคนตัวเล็กที่ยืนเงียบสงบยอมให้ลากมาแต่โดยดีนี่แล้วล่ะนะ ผมมองกางเกงตัวนั้นที่ยังถูกสวมอยู่บนเรียวขาขาวสะอาด แต่นับต่อจากนี้มันจะไม่มีโอกาสได้ถูกสวมบนเรียวขางามนั่นอีกต่อไป เพราะ.................................


“อ๊ากกกกกกกกกก!!!!!!!!!!”


“ไอ้เทมป์...ไอ้บ้า....ไอ้ปัญญาอ่อน นี่แกจะหวงอะไรกันนักหนาวะเนี่ย” จียงวิ่งวนไปรอบๆห้องเพื่อหลบคนตัวสูงกว่าที่ยังคงตามไปทุกทิศทุกทางไม่ยอมเลิก ดักทางขวาหนีทางซ้ายมันก็ตามมาเก็บทุกทาง ควอน จียงจะเสร็จไอ้เทมป์มันจริงๆใช่มั้ยเนี่ย

“เลิกหนีซะทีเถอะน่า....ยอมรับซะว่ายังไงนายก็หนีฉันไม่พ้นหรอกจียง”

“ฉันไม่อยากทำตามข้อแม้ของนายนี่หว่า....”

“มันจะไปยากอะไร...นายเก่งอยู่แล้วแค่นี้จะต้องกลัวด้วยหรอ”

เก่งอยู่แล้ว....ไอ้บ้าฉันไม่เคยทำเรื่องอย่างนั้นก่อนเลยนะเว่ย หาว่าฉันเก่งหรอ ฟาดท้ายทอยมันสักป๊าบดีมั้ย เอาให้สลบลุกขึ้นมาสมองเสื่อมเลยก็ดีจะได้คิดอะไรไกลๆกว่านั้นบ้าง

“ถอยออกไปได้มั้ย.....เอ๊ะ!!” มือเล็กพยายามดันอกกว้างที่เบียดชิดเข้ามาให้ออกห่าง แต่ผลมันก็เท่าเดิมเผลอๆหนักกว่าเดิมอีก ตอนนี้ร่างทั้งร่างเลยโดนโอบไว้ทั้งตัวซะแล้ว


“นายเทมป์!!....พูดก็ฟังกันหน่อยได้มั้ยเล่า” น้ำเสียงเริ่มเหนื่อยหน่าย รำคาญ แต่คนอย่างเทมโปไม่สนอ่ะ บอกว่าจะเอาก็ต้องได้


“แล้วทีฉันห้ามนายไม่ให้ใส่กางเกงตัวนี้ทำไมไม่ฟังกันบ้างล่ะ” ไอ้กร๊วกกกก.....พูดเท่าไหร่ถึงจะเข้าใจว่านี่ใส่เพราะมันเป็นงาน (หรอ?) มันเป็นแนวของควอน จียง จะสงสัยอะไรนักหนาวะห๊ะ!!


“เฮ้อ.....................”


จุ๊บ!!


เสียงถอนหายใจแผ่วเบาของควอน จียงทำเอาเทมป์หยุดหายใจไปสักพัก.....อยู่ๆคนร่างเล็กกว่าก็เขย่งปลายเท้าขึ้นมาป้อนจูบหวานๆให้ถึงปาก เอาไงแน่เนี่ย??



โง่อยู่แล้วยิ่งทำให้โง่หนักเป็นกำลังสอง ตาคมกระพริบมองคนตัวเล็กกว่าที่ยืนปิดหน้าปิดตาอย่างเขินอาย มือเล็กทุบลงที่หน้าอกแกร่งอย่างแรงจนเทมป์ต้องเบิกตาอ้าปากค้างด้วยความจุกอย่างไม่ทันตั้งตัว


“สรุปยังไงก็จะเอาให้ได้ใช่มั้ย?”


เมื่อกี้จียงพูดว่าอะไรนะ!!........อะไรเอาให้ได้ พูดใหม่อีกทีซิ แมร่มใครมันเปิดเพลงแทรกเข้ามาในโสตประสาทวะ ทำนองคุ้นๆด้วย ท่อนนี้เหมือนเคยได้ยินใครมันพึมพำงึมงำตลอดเวลา นั่นไงพอมาถึงท่อนฮุคยิ่งคุ้นใหญ่เลย


โป๊ะเช๊ะ!!!.......................


ไอ้เตี้ย!!!!!!!!!!!!!!!!


“ไอ้เทมป์...นี่ฟังอยู่หรือเปล่า ถ้าไม่เอา....ก็ปล่อยสักทีอึดอัด ง่วงแล้วจะนอน” จียงดันแขนที่โอบรอบเอวบางไว้ออก แต่ไม่ทันจะพ้นรอบเอวก็กลับถูกรวบเข้าไปใหม่อีกครั้ง ชิดยิ่งกว่าเดิมอีก

“ยังนอนไม่ได้ข้อแม้ที่ตกลงกันไว้ นายต้องชดใช้มาก่อน” แมร่ม ความจำเป็นเลิศซะเถอะเรื่องโกงกินคนอื่นแบบนี้เนี่ย

“ขออาบน้ำก่อนได้มั้ย...มันเหม็น” โฮะ...จียงเว้ย ง่ายไปมั้ยวะเนี่ย ยอมแบบนี้มันง่ายไปมั้ย

ฟอดที่ 1 ตรงข้างแก้มซ้าย!!

ฟอดที่สองข้างแก้มขวา

ฟอดที่สามซอกคอ

ฟอดที่สี่......................................................

โป๊ก!!!!!!!!!!!!

“เจ็บ!!!” มือเล็กๆของจียงฟาดปะทะเข้ามาตรงกลางศีรษะของผมอย่างไม่ออมแรง ส่งผลให้เสียงที่ไม่คิดว่าจะดังก็ดังออกมาจนได้

“ต่อไปได้ตายแน่ถ้าขืนยังมั่วนิ่มอีก” นิ้วชี้เรียวสวย ยกขึ้นมาเจาะจงชี้ที่หน้าหล่อๆของผมอย่างคาดโทษ ยังไงก็กลัวไม่ลงว่ะคับ เพราะมันน่ารักเกินไปสำหรับ ชเว ซึงฮยอนน่ะสิ

“มั่วนิ่มตรงไหน...ไม่ได้มั่วเลย นายน่ะนิ่มไปทั้งตัวต่างหาก จับตรงนี้ก็นิ่ม” มือหนาไล้แผ่วเบาไปที่แก้มขาวใส

“ตรงนี้อีก” รู้สึกชักจะลามไปใหญ่ อืม แต่แค่แผ่นหลังยังทนได้

“ตรงนี้ก็ใช่แฮะ” ไอ้เทมโปมันชักจะต่ำไปแล้วมั้งน่ะ

“ตรงนี้...............”

“ถ้าขืนมาจับล่ะก็...ฉันทะลวงไส้นายแน่” ผล็อย~....มือหนาคลายออกอย่างทันท่วงที

ไม่เข้าใจว่ะคับบอกว่ายอม....แต่จับตรงนั้นก็ไม่ได้ตรงนี้ก็ไม่ได้ แล้วแบบนี้จะให้ทำยังไงวะคับ นั่งมองนอนมองจนเสร็จรึไง ลองคนอย่างจียงจะดื้อด้วยแล้ว ผมก็คงทำอะไรไม่ได้ นอกจากเดินคอตกไปนั่งบนเตียงพร้อมกับบ่นงึมงำๆตามประสา

“คิดว่าน่ารักมากมั้ยทำตัวแบบนั้นน่ะ” จียงก็ยังแขวะผมเหมือนอย่างทุกที น่ารักไม่น่ารักผมไม่สนแน่ๆอ่ะ สนแต่ว่านายจะทำยังไงต่อไป จะเดินเข้ามาหาหรือจะเดินหนีเท่านั้นแหละ

“ซึงฮยอน.......” ครั้งที่ 1 มันเมินหน้าหนีไปทางซ้าย พร้อมกับที่ผมเริ่มถอดหมวกสีดำรูปดาวออก

“ชเว ซึงฮยอน” ครั้งที่ 2 มันเมินหน้าหนีไปทางขวา พร้อมกับที่ผมถอดแว่นตากรอบดำ

“ที.โอ.พี” ครั้งที่ 3 มันเริ่มนอนแผ่ลงไปบนเตียง พร้อมกับที่ผมถอดเสื้อกั๊กสีดำทิ้ง

“เทมโป....” ครั้งที่ 4 ผมเริ่มเลื้อยตามไปง้อมัน

“เทมป์” ครั้งที่ 5…………………


“ชิบ!!!!”

ร่างเล็กๆถูกพลิกจากข้างบนเป็นข้างล่าง....ไวเหมือนโกหก ตอนนี้เทมป์มันนอนคร่อมผมอยู่ เสียเชิงให้มันอีกแล้วใช่มั้ย อ๊ากกกก!! โง่ที่สุดจียง ไม่น่าเลือกมาง้อมันเลยให้ตาย

“แผนของนายใช่มั้ย?” เป็นคำถามที่น่ารักมากเลยว่ามั้ยคับ คิดว่าผมควรจะตอบออกไปยังไงดีล่ะ
“ไม่ต้องมาทำหน้าแบบนี้เลยนะ” เสียงเล็กๆนั่นยังต่อว่าผมต่อไปในขณะที่ฝ่ามือของผมเริ่มเลื้อยต่ำลงไปยังโคนขาขาวที่โผล่ออกมาให้เห็นน้อยนิดจากรอยขาดของกางเกงยีนส์สีซีด

“อ้ะ!!..............” ใบหน้าขาวแดงระเรื่อเมื่อรู้สึกถึงสัมผัสของข้อนิ้วเย็นๆที่ทาบกับผิวขาของตัวเอง ใบหน้าคมก้มต่ำลงมาหาหมายจะสัมผัสริมฝีปากนุ่มแต่คนที่อยู่ใต้ร่างกับเบนหน้าหนีองศานั้น จะให้พูดมั้ยว่าเขินแค่ไหน ไม่เคยบอกเลยใช่มั้ยว่าเทมโปเวลาที่หล่อไกลๆก็ทรมานจะแย่แล้ว แต่นี่ระยะไม่ถึงคืบอ่ะใครมันจะไม่เขินไหว

“อื้อ!!................” พอจียงหันหน้าหนีมีหรือคนอย่างเทมโปจะปล่อยให้เป็นอย่างนั้น เอียงไปทางไหนริมฝีปากก็ตามไปจนได้นั่นแหละ สุดท้ายก็หนีไม่พ้นจูบร้อนๆของคนตัวสูงอยู่ดี

“คนเอาแต่ใจ....” ผมอยากบอกว่าผมเอาแต่ใจอย่างที่สุดด้วย

“อ่ะ...........อื้อ.............!!” เสียงเล็กว่าได้ไม่ทันไรก็ถูกประกบปิดปากไปอีกครั้ง ร้อนเข้าจนเรียวแขนขาวต้องโอบรอบคอเจ้าของจูบเอาไว้

ต้องยอมจนได้สิน่า...

ริมฝีปากละออกจากกัน...เทมโปก็ไล้สัมผัสลงมาต่อที่ซอกคอขาวอย่างไม่ยอมให้มันน้อยหน้า แต้มจูบพร้อมกับขบเม้มให้เป็นรอยแดงระเรื่อขึ้น เรียกเสียงครางหวานๆของจียงให้ดังลอดออกมาจากริมฝีปากที่กำลังเผยอหอบหายใจอย่างหนักหน่วง มาถึงขนาดนี้แล้วจียงก็ยากที่จะรั้งตัวเองต่อไป ใช่ว่าไม่เคยโดนจูบ ใช่ว่าไม่เคยถูกกอดแบบนี้ แต่ความรู้สึกที่ถูกกระทำแต่ละครั้งมันไม่เหมือนกันจริงๆ

“ซึง.......ซึงฮย...อ....น....” เสียงเรียกชื่อจริงที่ผมไม่ได้ยินมานาน มาถึงตอนนี้ผมรู้สึกวาบไปทั้งร่างเลยให้ตาย เสียงขาดห้วงจากการกระทำที่ผมกำลังสร้างขึ้น....เล้าโลมหนักขึ้นเรื่อยๆตามอารมณ์ความรู้สึก เสียงของจียงทุกคนรู้ดีใช่มั้ยว่ามันไพเราะขนาดไหน ผมอยากอัดเสียงเอาไว้ให้ฟังจังเลย

“เรียกมักเน่ทำไม.....” ผมแค่แกล้งแหย่เล่น เพราะชื่อของผมกับเจ้าน้องเล็กมันดันมาเหมือนกัน บางทีกำลังรู้สึกดีๆพอเรียกซึงฮยอนทีไรมันก็ขัดใจขึ้นมาจนได้ เหมือนมันแฝงไปได้ทั้งสองคน ผมหรือมักเน่ ตอนนี้ก็เลยขอแกล้งหน่อยแล้วกันนะจียง ผมอยากดูปฏิกิริยาของเขาว่าถ้าผมแหย่ถึงเจ้าน้องเล็ก เขาจะทำหน้าแบบไหน


“ชิท!!....สาบานเลยว่าถ้าเป็นมักเน่ฉันคงไม่มานอนหอบหายใจแบบนี้หรอก” ควอน จียงเป็นคนพูดตรงๆ แล้วก็พูดความจริงด้วยเพราะถ้าเป็นกรณีของผมและซึงรีแล้ว ผมควรจะเป็นฝ่ายรุกไม่ใช่ฝ่ายรับ มั่นใจในความเท่ แมนของตัวเองที่สุด!!

“ฮ่าๆ....งั้นก็หมายถึงฉันใช่มั้ย” รู้คำตอบอยู่แล้วไง บอกแล้วว่าแค่แกล้งแหย่เล่น ผมชอบเวลาที่เขาจิกสายตาใส่ชะมัดเลย แฟนคลับบอกว่ากลัวลีดเดอร์ แต่สำหรับผมสายตาแบบนั้นน่ะดึงดูดผมมากเลยนะ ดูหยิ่งๆท้าทายดีและสุดท้ายผมกับเขาก็เป็นแบบที่ทุกคนรู้กันนี่แหละคับ

“.................” หน้าแดงใหญ่แล้วจียง

“รักฉันใช่หรือเปล่า...พูดให้ฟังหน่อยสิ นายไม่ได้พูดมันนานแล้วนะ” ขอกำลังใจหน่อยเถอะ เอาให้ชื่นใจสักที

“รักสิ.....” ไม่มีใครมีความสุขได้เท่าเทมโปอีกแล้วคับ...............ผมรู้สึกได้ว่าตัวเองยิ้มหน้าบานเลยทีนี้

“รักซึงฮยอน.....รักมาก อี ซึงฮยอน น่ะน่ารักที่สุดเลย”



จึ้ก!!......




ถึงทีของควอน จียงเอาคืนบ้างแล้ว อยากแกล้งกันดีนักใช่มั้ย!

“พูดใหม่อีกทีซิ....ซึงฮยอนคนไหน” ฝ่ามือร้อนค่อยๆลูบรั้งชายเสื้อยืดสีดำขึ้นพร้อมกับเสียงร้องตกใจของจียงที่มัวแต่เผลอสะใจที่ได้เอาคืน หารู้ไม่ว่าเทมโปก็มีวิธีตลบหลังเหมือนกัน ร้ายกาจกันทั้งคู่

“อี....อ๊า.....อี ซึง....ฮยอน...อ้ะ!!” ถ้าเจ้ามักเน่ได้ยินมันคงสะใจน่าดูที่ชื่อของมันได้มีส่วนร่วมในอารมณ์วาบหวามครั้งนี้ แต่สำหรับผมไม่เลยสักนิด

“จียง.......” น้ำเสียงเข้มดุ บอกให้จียงรู้ตัวว่าไอ้คนร่างใหญ่มันชักจะเอาจริงแล้ว

“เทมป์......อื้อ อย่า......อ๊ะ!!!” ไม่ทันแล้วจียง.....ไม่ทันมันแล้ว

เสื้อยืดสีดำถูกรั้งถอดออกจนเหลือแค่อกเปลือยเปล่า เป็นผลให้ริมฝีปากได้ครอบครองยอดอกเม็ดเล็กทั้งสองข้างอย่างได้ใจ

การเอาคืนของจียงกลับกลายเป็นการปลุกอารมณ์ดิบของเทมป์ไปซะอย่างงั้น ตอนนี้เจ้าตัวพูดและห้ามอะไรไม่ได้เลย เพราะทุกคำที่เปล่งออกมามันกลายเป็นเสียงครางหวานๆตอบรับสัมผัสคนตัวสูงไปเท่านั้น คิดผิดแล้วที่จะเอาคืนคนอย่าง ชเว ซึงฮยอนน่ะ

“ฮ๊าาา~” เสียงครางกระเส่าดังขึ้นอีกเป็นระลอก แผ่นอกเปลือยขาวแอ่นสะท้านรับริมฝีปากที่ทาบไปทั่วจนขึ้นสีระเรื่อเต็มทั้งแผ่นอก มือหนายังคงเกลี่ยข้อนิ้วหยอกเล่นที่รอยขาดของกางเกงเรื่อยๆ จนเคลื่อนมาหยุดที่รอยบนสุดของกางเกงใกล้โคนขาขาว เรียกเสียงหอบหายใจถี่ดังขึ้นอีก


“รอยนี้ใช่มั้ยที่ไปกรีดมาเพิ่ม....อยากให้ใครเห็นนักรึไง....หือ?” ผมไม่ได้ตั้งใจจะดุนะ แค่ไม่พอใจเฉยๆ แต่จียงกลับสะดุดลมหายใจไปเฮือกนึง เดือดร้อนให้ผมต้องเพิ่มอากาศให้ด้วยริมฝีปากร้อนอีกที จนแทบจะสำลักออกมาเพราะไม่ทันตั้งตัว

“ละ...เลิกแกล้งสักที....อื้อออ!~” เสียงหอบครางสั่นพร่าขนาดนั้นยังอยากจะพูดอีกนะ

“อยะ...อย่าเพิ่ง...เทมป์” เสียงหอบขาดห้วงร้องประท้วงเมื่อฝ่ามือละออกจากรอยขาดของกางเกง เปลี่ยนมาปลดเข็มขัดเส้นสีเหลืองสะดุดตานี่แทน ร้องห้ามไปก็เท่านั้นล่ะน่า มาถึงขนาดนี้แล้วใครมันจะฟัง สุดท้ายกางเกงเจ้าปัญหาก็ถูกถอดออกให้เห็นเรียวขาสวยงามจนได้


“ไหนทำตามที่ตกลงกันไว้ซิ” ผมเห็นสีหน้าตกใจของจียงแล้ว อดอยากจะจูบขึ้นมาไม่ได้ น่ารักซะจริงๆนะ

“ไม่เอา....อื้อ......ขอ.....ร้อง”

“อ้ะ....บอกว่าไม่เอาไง....อื้ออออ” ร่างเล็กกว่าถูกจับขึ้นมานั่งคร่อมร่างสูงเอาไว้ทั้งตัว มือเล็กยันอกแกร่งไว้ทรงตัวให้อยู่ก่อนที่จะล้มลงไปเพราะไม่มีแรงจะต้าน จียงทำหน้างอนๆใส่ ก่อนจะหลบสายตาคมคู่นั้นที่มองมาพร้อมจะหลอมละลายเขาได้ทั้งตัว

บ้าสิ......ควอน จียง ทำไมนายต้องรู้สึกอะไรแบบนี้ด้วยนะ

..........................
......................................
.....................................................

“อ่ะ....อ่า......เทมป์ อื้ออออ!!!!” เป็นเวลานานเท่าไหร่ไม่รู้เหมือนกันที่จียงยังคงขยับร่างอยู่บนตัวของเทมป์อยู่แบบนี้ นานซะจนเริ่มรู้สึกคุ้นชินซะได้ จากที่พยายามจะต่อต้านแท้ๆ น่าอายชะมัดเลย

“อือ.......อาาาา........จียง” เห็นมั้ยผมบอกแล้วว่าไม่มีอะไรเกินความสามารถของคนที่ชื่อ ควอน จียงหรอก

เสียงทุ้มครางประสานกับเสียงหวานเล็กๆดังก้องไปทั่วทั้งห้อง จะมีคนได้ยินมั้ยตอนนี้ไม่มานึกระแวดระวังอะไรแล้ว

Jiyong On Top มันน่าสนใจมากกว่าเยอะ!!

ไม่คิดไม่ฝันว่าจะต้องมาทำอะไรที่น่าอับอายแบบนี้เลยควอน จียง ให้ไปแต่งเป็นผู้หญิงยังจะง่ายกว่าอีก ไม่อยากให้ใครรับรู้เลยว่าตอนนี้จียงทำอะไรอยู่ อ่อกกกกกกกก!!!


“อ๊าาาาา!!!!!!!” ขยับเป็นครั้งสุดท้ายพร้อมกับเสียงครางของคนทั้งคู่ ร่างเปลือยเปล่าชื้นเหงื่อไปทั่วทั้งตัว แหงนหน้าเชิดขึ้นเมื่อได้ปลดปล่อยทุกอย่างออกมาทั้งหมดพร้อมกับที่ใครอีกคนก็ปลดปล่อยเข้ามาในร่างกายของตนเช่นกัน


ควอน จียงหมดแรงแล้วจริงๆงานนี้ คุ้มมั้ยกับกางเกงตัวนั้นน่ะ



“เห็นมั้ย...บอกแล้วว่านายทำได้” ผมประคับประคองร่างอ่อนแรงนั้นนอนลงกับที่นอนนุ่มหลังจากที่ปล่อยให้จียงทำตามใจมามากแล้ว แค่นี้ก็พอแล้วมั้ง ผมไม่ใช่คนโลภมากซะหน่อย แต่ขอจูบหวานๆอีกสักทีแล้วกัน


“อื้อ!!....ฮ่าาาา~” มือเล็กทุบเข้าที่อกของผมไม่แรงนักแต่ก็ทำให้ผมเลิกเก็บจูบหวานๆนั้นจนได้

“พอได้แล้ว...นี่ฉันเสียเปรียบนายอยู่นะ”

“อยากได้เปรียบอีกก็ไม่บอก เอาสิ!” ความหมายกำกวมนั้นผมว่าจียงคงรู้ดี เพราะตอนนี้มือเล็กหันไปคว้าเอาหมอนใบใหญ่ที่วางอยู่ข้างๆขึ้นมาฟาดผมซะไม่รู้ว่าไปเอาเรี่ยวเอาแรงมาจากไหนอีก

“พูดมาก!!~” แล้วไงอ่ะ พูดมากแล้วได้มาก...........ก็อยากนี่นา

“ไม่กวนแล้วก็ได้ค้าบบบ....ขอกกอดหน่อยสิ” แล้วที่ทำอยู่ไม่เรียกว่ากอดรึไงไอ้บ้านี่!! พูดอยู่นั่นน่ะเขินนะเว่ย

“ต่อไปนี้จะใส่อีกมั้ยกางเกงแบบนั้นน่ะ” ใบหน้าที่ห่างกันแค่ลมหายใจกั้น ทำเอาผมหน้าแดงขึ้นมาได้อีก แต่คำถามท้าทายแบบนั้น ผมชอบนะก็รู้ไม่ใช่รึไงว่า ควอน จียงเป็นคนแบบไหน

“ไม่ใส่แล้ว.......” น่ารักมากคำตอบเป็นที่น่าพอใจอย่างนี้ต้องจูบให้รางวัลอีกสักที

“แต่จะใส่ขาสั้นแทนดีมั้ย?” จูบที่กำลังจะส่งถึงปากช่างเอื้อนเอ่ยนั้น เป็นต้องหยุดชะงักลงไปในทันที ผมขมวดคิ้วขึ้นมาอย่างสงสัย คิดจะเล่นซนอะไรอีก

“หมายความว่ายังไง?” ผมเห็นแววตาซุกซนเป็นประกายแบบนั้นแล้วชักอยากจะลงโทษล่วงหน้าไปเลยสักหลายๆทีเผื่อความซนของเขาจะลดลงบ้าง

จียงดื้อเท่าไหร่ ชเว ซึงฮยอนก็ต้องตามเก็บให้ได้มากเท่านั้นสินะ



“ไลฟ์ครั้งหน้าจะใส่ขาสั้นแทนแล้วกันเนอะ จะได้ไม่ต้องกรีดให้เห็นขาอ่อนอีกแล้วไง” พูดเหมือนจะเอาใจผมเพราะกลัวจะโดนอย่างวันนี้อีก แต่ไหงน้ำเสียงกับแววตามันไม่สื่อถึงว่าเข็ดเลยสักนิดล่ะจียง

“ก็ลองดูสิ ถ้าทำอะไรอย่างนั้นอีกฉันไม่ปล่อยให้ผ่านไปแค่ชั่วโมงเดียวแน่ๆ ระวังให้ดี” ผมได้ยินเสียงหัวเราะชอบอกชอบใจแบบนั้นแล้วชักคึกซะแล้วสิ กินอีกสักรอบดีมั้ย


ติ๊ดๆ



“ใครส่งเมสเซจมานะ?” จียงหยิบโทรศัพท์ที่นอนคว้างอยู่หัวเตียงขึ้นมากดอ่าน ไม่ได้นึกสนใจคนที่กำลังสูดกลิ่นหอมที่ซอกคออยู่เลย



- เบาๆหน่อยได้มั้ยรบกวนสมาธิ คนกำลังฝึกร้องเพลงอยู่ (ยองเบ)
- ผมก็กำลังทำการบ้าน (แดซอง)
- ผมหลับไม่ลงเลยนะเนี่ยรู้มั้ย?” (ซึงรี)



ตาเรียวเล็กแทบถลน ไอ้พวกนั้นได้ยินหมดเลยหรอเนี่ย?






“ม่ายยยยยยยยยยยยยยย!!!!!!!!!!!!”




The End



..................

จบได้น่าตายมากกูชิน ไม่รู้แหละหนีละ จะไปต่อเรื่องอื่นๆบ้าง
55++ (เลวได้อีก)
nope2.gif