[Fic] My Page (1) [Yoosu]

posted on 13 May 2008 00:59 by bojae-shinki

 

 

 

 

 

 

ย้ายจากบ้าน shin-sojin มาที่บ้านนี้นะคับ

 

 

 

 

คำเตือน : ฟิคชั่นในบลอคนี้เป็นฟิคเกี่ยวกับชายรักชาย

ใครรับไม่ได้ กรุณาปิดลงไปด้วยนะคับ

 

 

...........

.....................

Title: My Page!!

Chapter: 1

Author: Shin-Dragon

Paring: Yoosu-Yunjae [Changmin]

Rate:  NC-17

 

“ยกเลิกการแสดงของจุนซูชุดนี้เถอะคับ...ผมขอร้องล่ะ” ร่างสูงยืนค้ำโต๊ะสีหน้าเคร่งเครียดกับการต่อรองกับผู้จัดการวงอย่างเอาเป็นเอาตาย แต่ก็ได้รับการปฏิเสธกลับมาทุกครั้ง  “นายคิดอะไรมากไปรึป่าว...ยูชอนนี่แค่การแสดงนะ” ผู้จัดการยังวางมาดนิ่ง อมยิ้มเป็นครั้งคราวที่ได้เห็นสีหน้าและท่าทางหวงออกนอกหน้าของนักร้องในสังกัดของตัวเอง
  “ผมขอพูดเป็นครั้งสุดท้าย...ยกเลิกการแสดงนี่ซะ” สีหน้าของปาร์ค ยูชอนที่จริงจังเกินไปในแบบที่ไม่เคยเห็น ทำให้ผู้จัดการวงถึงกับนิ่งเงียบไปซักพักก่อนจะให้คำตอบอีกครั้งสุดท้ายเช่นกัน
  “ทุกอย่างก็ขึ้นอยู่กับเจ้าของการแสดง...ฉันห้ามใครไม่ได้หรอกนะยูชอน อย่าเอาแต่ใจตัวเองนักเลย คิดบ้างสิว่าแฟนคลับเขาก็อยากจะดูกันทั้งนั้น”
  “แม้ว่าจุนซูเขาจะถูกมองยังไงก็ช่างน่ะหรอ ไอ้การเต้นส่ายสะโพกไปมาแบบนั้น ชุดที่เน้นสะโพกแบบนั้นน่ะหรอคือการแสดงที่สุดยอดของเขาน่ะ.....เหอะ!!” ร่างสูงหัวเราะเยาะลงท้าย ก่อนจะหันหน้าหนีไปมองรอบๆห้องที่เต็มไปด้วยโปสเตอร์ของวง ทงบังชินกิ อย่างเซ็งๆ
  “ฉันพูดกับนายแค่นี้ว่าคงไม่ได้...แต่ถ้านายบอกจุนซูแล้วขอให้เขาเปลี่ยนการแสดงนั่นก็อาจจะคุยกันใหม่ได้นะ” ยูชอนหันมามองหน้าผู้จัดการอย่างเอาจริงอีกครั้งก่อนจะพูดรอดไรฟันออกมา
  “ได้...เตรียมการแสดงชุดใหม่ของเขาไว้ด้วยแล้วกัน” ร่างสูงพูดแค่นั้นก็หุนหันออกจากห้องไปอย่างเคร่งขรึม เหล่าทีมงานที่เดินวุ่นกับการซักซ้อมเตรียมงานคอนเสิร์ต ได้แต่เดินหลบกันให้วุ่นเมื่อเห็นสีหน้าเคร่งเครียดของเจ้าชายในวงดงบังชินกิอย่างยูชอน
  “คิดว่านายจะเปลี่ยนใจเด็กดื้ออย่างจุนซูได้อย่างงั้นหรอ....” ผู้จัดการนั่งอมยิ้มกับความคิดที่เขารู้ดีว่ายูชอนไม่มีทางล้มความตั้งใจของจุนซูได้หรอก ไม่มีทางแน่ๆเอาตำแหน่งผู้จัดการเป็นเดิมพันเลยเอ้า!!


-ห้องซ้อม-


  “โว้วๆๆ....จุนซูนายเต้นอย่างงี้ก็เป็นหรอเนี่ย 55++” พี่ๆแดนเซอร์แซวเล่นกันอย่างสนุกสนาน ร่างเล็กก็ยิ่งแสดงออกใหญ่ อย่าคิดว่าเรื่องแค่นี้เขาจะทำไม่ได้เชียวนะ ยอมให้ใครดูถูกได้ที่ไหน

เสียงเพลงยังคงดังต่อไป...และทุกคนยังอยู่ในการซักซ้อม ทีมแดนเซอร์ชายยังคงนั่งมองการแสดงที่จุนซูซ้อมกับแดนเซอร์สาวอย่างสนุก ไม่รับรู้ถึงการมาของอีกคนที่หอบเอาพายุเข้ามาให้ทั้งห้องหนาวเล่นๆกันอีกด้วย
ท่าทางที่จุนซูเต้นกับแดนเซอร์สาวทำเอาร่างสูงที่ยืนมองอยู่ห่างๆถึงกับขมวดคิ้วเข้าหากันอย่างทันที ท่าทางลูบไล้แบบนั้น เชยคางผู้หญิงคนนั้น....คิม จุนซู!!!

แต่คนซ้อมก็ยังไม่ทันได้สนใจสิ่งรอบข้าง...เขาต้องการซ้อมการแสดงโซโล่ของเขาให้ออกมาดีที่สุด เขาอยากทำให้แฟนๆประทับใจในการแสดงครั้งนี้ จนไม่ทันได้เอะใจว่าใครบางคนมายืนมองการซักซ้อมของเขาได้นานเท่าไหร่แล้ว ไม่มีใครรู้และสนใจเลยซักนิด แม้แต่แดนเซอร์ที่เหลือ ก็ได้แต่สนใจงานของตัวเองกันอย่างเอาเป็นเอาตาย…จริงๆก็คงสนใจคนที่กำลังซ้อมเด่นอยู่ตรงกลางนั่นต่างหาก


ถึงท่อนที่ร่างบางส่ายสะโพกบิดไปมา เหล่าทีมแดนเซอร์ที่นั่งมองอยู่ก็ร้องโห่ฮิ้วกันขึ้นมา ร่างบางยังไม่หยุดเต้นแต่ใบหน้าแดงระเรื่อจนจับได้ว่าชัดเจนในสายตา ชอบนักใช่มั้ย....ชอบให้คนล้อมหน้าล้อมหลังแบบนี้ ฉันทนไม่ไหวแล้ว คิม จุนซู!!!!

ปั่ก!!

  “เอ๊ะ!!....” ร่างบางหยุดชะงักทันทีที่เพลงซ้อมเงียบเสียงลงไป ก่อนจะหันไปมองทางเครื่องเสียง

  “ยูชอน!!!” ร่างบางรู้ว่านั่นไม่ได้เป็นเสียงของเขาแน่ๆเพราะมันยังค้างคาอยู่ที่ริมฝีปากอยู่เลย หากไม่ใช่เสียงของเขาแล้วเสียงมาจากใคร...ร่างบางหันไปมองเหล่าแดนเซอร์ทุกคนในห้องซ้อมก่อนจะเข้าใจว่าสายตาที่ทุกคนตะลึงค้างนั่นน่ะแหละเจ้าของเสียง


  “หมดเวลาซ้อมของนายแล้ว....” ร่างสูงพยายามพูดในสิ่งที่ไม่เป็นการเอาแต่ใจตัวเองนัก แต่ร่างบางกลับรู้ดีที่สุดแบบนี้แหละเขาเรียกว่าเอาแต่ใจ!!

  “เรื่องอะไรเล่า...ฉันยังซ้อมไม่เสร็จด้วยซ้ำ นายเข้ามาวุ่นอะไรในนี้เนี่ย” ร่างบางเดินเข้าไปหาอย่างท้าทาย....ไม่ได้รู้ว่าสิ่งที่ตัวเองกำลังทำมันทำให้อีกคนรู้สึกว่ามาขัดขวางการแสดงยั่วน้ำลายใครต่อใครในนี้

ร่างสูงกวาดสายตามองทุกคนในห้องซ้อม เข้ามาวุ่นงั้นหรอ?....ถ้าไม่มาสิเรื่องมันจะได้วุ่นไปกันใหญ่ ชอบนักรึไงสายตาที่ใครต่อใครมองเหมือนจะเขมือบนายอย่างงั้น ชอบเสียงร้องแซวแบบนั้นนักรึไง!!

 

ฉันไม่ชอบ
รู้มั้ยว่าไม่ชอบ!!!


แล้วก็อย่าคิดจะขัดใจ ปาร์ค ยูชอน เชียวนะ

  “เอาซีดีของฉันคืนมานะ...” ร่างบางแบมือขอท่าทางเอาเรื่อง มือเล็กอีกข้างเท้าสะเอวใส่ กางเกงขายาวที่ใส่ซ้อมเปียกเหงื่อเป็นวงๆ เสื้อกล้ามสีขาว เปียกชุ่มไปทั้งตัว น่าจับอาบน้ำให้นัก!!

  “ฉันบอกว่าหมดเวลาแล้วไง” ร่างสูงซ่อนมือข้างที่ถือซีดีไว้ข้างหลังก่อนจะหันสายตาไปมองแดนเซอร์ทุกคน ไม่มีใครจะกล้าค้านอะไร ทุกคนก็ทยอยออกจากห้องไปทีละสองสามคน จนไม่เหลือใครนอกจาก คู่ยูซู

  “เมื่อไหร่นายจะเลิกแกล้งฉันสักทีนะยูชอน...ฉันไปทำอะไรให้นายนักห๊ะ!!!” ร่างบางทิ้งตัวนั่งลงขัดสมาธิกับโซฟานุ่มอย่างแรง ใบหน้าเชิดงอนไม่ยอมแพ้
ร่างสูงทิ้งตัวลงคร่อมร่างบางที่นั่งอยู่อย่างไม่ทันให้คนตัวเล็กได้ทันเตรียมใจ
  “อะ...อะไรของนาย” ร่างบางเลิ่กลั่กมองหน้าคนตรงหน้าอย่างไม่ไว้ใจ
  “เปลี่ยนการแสดงชุดนี้ซะ...ฉันไม่ชอบ!!” น้ำเสียงดุดันเอาแต่ใจ ร่างบางถึงกลับจ้องมองอย่างไม่อายสายตาที่อยู่ใกล้แค่ลมหายใจกลั้น
  “แล้วมันเกี่ยวอะไรกับการที่นายไม่ชอบ การแสดงของฉัน ฉันเลือกเอง ไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าใครจะชอบไม่ชอบ...แล้วมาบอกให้ยกเลิกง่ายๆแบบนี้” ร่างบางใช้มือเล็กผลักให้ร่างสูงออกห่าง แต่กลับถูกคว้าข้อมือทั้งสองข้างปะทะอกแกร่งเข้าไปเต็มๆ

  “ฉันบอกว่าให้เปลี่ยนการแสดงนี่ซะ...คิม จุนซู”
  “เอ๊ะ....นายนี่!! เป็นบ้าอะไรอยู่ๆก็มาให้ฉันเปลี่ยนการแสดงน่ะ” จุนซูพยายามแงะมือออก แต่ปากก็ยังคงว่าต่อไป ไม่รับรู้อารมณ์พาลของคนตรงหน้า

  “นายไม่รู้บ้างเลยรึไงว่าสายตาที่ทุกคนมองนายมันเป็นแบบไหน รึว่านายชอบยั่วให้คนมอง~” ถึงคราวคิม จุนซูเดือดบ้างแล้ว พูดแบบนี้ก็ดูถูกกันชัดๆเลยนี่
  “ปาร์ค ยูชอน!!!” ร่างบางใช้พละกำลังทั้งหมดผลักร่างตรงหน้าออกห่าง ตวาดใส่เสียงดัง

  “ทำไม....ฉันพูดถูกใช่มั้ยล่ะ!”

  “ไอ้คนพาล...ฉันไม่พูดกับนายแล้ว จะไปไหนก็ไปเลยไป” ร่างบางพยายามห้ามตัวเองไม่ให้โมโหไปมากกว่านี้ ความเป็นเพื่อนสนิทของเขาสองคนยังคงติดอยู่ในความรู้สึก เขาไม่อยากมาทะเลาะเพราะเรื่องการแสดงของตัวเอง ทั้งๆที่ไม่เข้าใจเหตุผลว่าทำไมอยู่ๆยูชอนถึงได้ทำตัวหาเรื่องเขาแบบนี้ ทุกทีจะแกล้งกันเขาก็ไม่เคยรู้สึกว่ามันจะมากกว่าครั้งนี้เลยจริงๆ


  “ฉันบอกให้ไปไงเล่า...” ร่างบางก้าวถอยหลังอย่างไม่รู้ตัวเมื่อคนตรงหน้าไม่ได้เชื่อฟังในสิ่งที่เขาบอกเลยแม้แต่นิดเดียว ซ้ำยังรุกเข้าหาอีก
  “ก็นี่ไงกำลังจะไปนี่ไง...ไม่ชอบหรอ นึกว่าที่นายทำแบบนั้นเพื่อเรียกร้องอะไรซะอีก” ร่างสูงคุกคามเข้าไปใกล้เรื่อยๆจนร่างบางตัวติดกับผนังห้อง ยูชอนรีบกักกั้นเอาไว้ด้วยแขนแกร่งทั้งสองข้างล้อมไม่ให้ร่างบางหนีหายไปไหนได้

  “โว้ย....เป็นบ้าอะไรของนายเนี่ย! ยูชอนฟังฉันนะ...การแสดงของใครก็ของมันเข้าใจมั้ย นายคิดอะไรของนายอยู่ ฉันไปเรียกร้องอะไร” ร่างบางเสยผมที่เปียกเหงื่ออย่างหงุดหงิด ไม่ได้กลัวกับการโดนกักเอาไว้ในอ้อมแขน หากแต่สงสัยในสิ่งที่ยูชอนกำลังคิด

  “แค่นี้ไม่ได้เข้าใจเลยรึไง...ที่ฉันเป็นแบบนี้นายไม่รู้จริงๆหรอว่าเพราะอะไร...จุนซู” ร่างสูงเปลี่ยนน้ำเสียงให้ทุ้มน่าฟังตามปกติของตัวเอง แววตาที่สื่อมองมาทำให้จุนซุถึงกับหลบสายตาให้วุ่น คิดอะไร?
  “จะเพราะอะไรถ้านายไม่ได้สนุกที่ได้แกล้งฉัน...ใช่มั้ยล่ะ?” ร่างบางตอบออกมาไม่เต็มเสียงนัก เขาไม่ได้เป็นคนโง่สักหน่อย ไม่ได้ใสซื่อ ไม่รู้ว่าอะไรเป็นอะไรหรอกนะ แต่ใครจะไปพูดเรื่องแบบนั้นออกมากันง่ายๆเล่า


  “ใช่...ฉันสนุกที่ได้แกล้งนาย และจะสนุกกว่านี้ถ้าได้จัดการนายให้สยบอยู่ใต้ร่างฉัน” ร่างบางเบิกตาค้างนี่คือสิ่งที่เขาได้ยินออกจากปากเพื่อนสนิทอย่างยูชอนหรอ ไอ้คำพูดแบบนี้มันสื่ออะไรทำไมเขาจะไม่รู้ ไม่มีทาง ต้องหนีแล้ว คิม จุนซู

 

  “อิยะฮ่ะฮะ.....เมื่อเช้านายไม่ได้ทานข้าวแน่ๆเลย คงหิวใช่มั้ยล่ะ เดี๋ยวฉันพาไปหาพี่แจจุงดีกว่า...” ร่างบางใช้จังหวะในการเอาตัวรอดออกมาจากอ้อมแขนนั้นอย่างทันท่วงที แต่ก็ไม่รอดพ้นเงื้อมมือปีศาจไก่ได้เลย เมื่อตอนนี้ร่างทั้งร่างของเขาถูกอุ้มจากข้างหลัง แล้ววางลงกับโซฟาที่ลุกออกมาจากการคุกคามก่อนหน้านี้....

 

กลับมาอีกแล้วหรอ –ผมได้ยินเสียงโซฟามันทักอย่างงั้น -*-

 

  “อย่าทำอะไรฉันนะ....เราเป็นเพื่อนกันไม่ใช่หรอยูชอน” ร่างบางเริ่มควบคุมตัวเองไม่อยู่ เมื่อมือหนาเริ่มลูบไล้ใบหน้าของตัวเอง
  “ใช่เราเป็นเพื่อนกัน...ก่อนหน้านี้ใช่ แต่นะตอนนี้มันจะไม่ใช่อีกต่อไป” ร่างสูงล้มตัวทาบทับ ไม่สนใจว่าคนตัวเล็กจะเปียกเหงื่อมากมายแค่ไหน ในความรู้สึกเขาจุนซูหอมสดชื่นน่าสัมผัสตลอดเวลานั่นแหละ

  “อื้อ.....ไม่...ยะ...ยู...ยูชอน...อื้อ” เสียงครางอู้อี้ดังลอดออกมา ร่างสูงกดริมฝีปากแนบจูบให้อย่างบ้าคลั่ง เขาควบคุมตัวเองไม่อยู่แล้ว เขาห้ามตัวเองไม่ได้อีกต่อไป....ไม่ว่ายังไงเขาก็ต้องทำให้จุนซูเป็นของเขาให้ได้ ความเป็นเพื่อนที่อ้างมันมาตั้งนาน ถึงวันนี้เขายอมเสี่ยงกับมันเพียงเพื่อความต้องการของจิตใจตัวเอง ผลลัพธ์จะออกมายังไง ตอนนี้เขาไม่ได้คิดถึงอะไรแล้ว..........

  “จุนซู....เชื่อฉันนะ...นายต้องเชื่อฉัน” ร่างสูงพึมพำเบาๆที่ข้างหู ชวนให้รู้สึกวาบหวิว แต่จุนซูก็ยังคงดื้อ ส่ายหน้าหนีอย่างเอาเป็นเอาตาย

  “ไม่..ฮึก นาย...ปล่อยนะ...ปล่อยฉันสิ!!”

  “ฉันจะไม่ปล่อยนายไปไหน...จุนซู ขอฉันเถอะนะ” ร่างสูงฝังจมูกลงกับเรียวคอขาว ริมฝีปากไล่แต้มทำรอยฝากไว้ไปทั่ว จนร่างเล็กสะท้านขึ้นมาพร้อมกับเสียงสะอื้น

  “ยะ...อย่า...อย่าทำแบบนี้....ยูชอน...อือ” ร่างสูงไม่มีสติพอจะควบคุมตัวเอง...มือหนารั้งเสื้อกล้ามเปียกเหงื่อออกจากร่างเล็กทันที เหลือเพียงร่างเปลือยท่อนบนที่ขาวสะอาด ร่างสูงสัมผัสได้ถึงแรงสะดุ้งจากอกเล็กที่เขาบรรจงกดจูบลงไปที่เม็ดเล็กๆทั้งสองข้าง แรงสั่นสะท้านของจุนซูยิ่งเพิ่มความต้องการของเขาให้พุ่งสูงมากขึ้น

จุนซูถูกร่างสูงเล้าโลมหนักเข้าจนไม่สามารถต่อต้านอะไรได้อีกแล้ว เมื่อทั้งร่างของเขาไม่เหลืออะไรไว้ให้ปกปิดอีกต่อไป คงมีเพียงน้ำใสๆที่คลออยู่และพร้อมจะไหลลงทุกครั้งเมื่อร่างสูงจงใจกดปลายนิ้วโป้งลงกับส่วนกลางลำตัวที่ถูกปลุกให้ลุกชันขึ้นมา เสียงเล็กครางดังก้องไปทั่วทั้งห้อง เขากลัวว่าจะมีใครเข้ามาในห้องนี้ ถ้าเห็นสภาพนี้เขาคงไม่กล้าสู้หน้าใครได้อีกแล้ว.....ทำไมถึงเป็นแบบนี้ไปได้ ทำไมยูชอนถึงทำกับเขาแบบนี้

  “อื้อ.......” ยูชอนกอบกุมส่วนกลางลำตัวของจุนซูไว้รูดมันขึ้นลง ทั้งหนักและเบา ตั้งใจจะทำลายสมาธิที่ร่างเล็กมีอยู่น้อยนิดเหลือเกิน
  “อ่า...ฮ๊าา...อึ่ก....อืออออ” สะโพกเล็กขยับเข้าหาอย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัว ร่างกายสั่นหนักเข้าเมื่อรู้สึกถึงสิ่งที่ต้องการจะปลดปล่อยเริ่มปริ่มออกมา

  “อ๊าาาา~” เสียงหวานร้องครางออกมาดังก้องไปทั่วห้อง เมื่อได้ปลดปล่อยสิ่งที่คั่งค้างออกมาทั้งหมด เปรอะเปื้อนมือหนา....ใบหน้าหวานแดงก่ำ ก้มมองใบหน้าของคนที่เขาพร่ำเรียกว่าเพื่อนมาโดยตลอดกำลังก้มหน้าลงต่ำกับส่วนที่อยู่เบื้องล่างของส่วนกลางลำตัวของเขาลงไปอีก


ไม่นะ.....อย่า!!!!


  “ฉันอยากเข้าไปข้างในตัวของนายชะมัดเลย...จุนซู” เสียงแหบพร่าดังขัดขึ้นมาก่อนที่จะรู้ตัวว่าโดนรุกรานเข้าไปข้างในโดยไม่ทันได้ตั้งตัวแล้ว

  “ไม่....ยะ ยูชอน...อ่ะ...อ๊าาา~ ฉัน....จะ...เจ็บ!” ร่างเล็กใช้มือจิกทึ้งกับเบาะโซฟาอย่างบ้าคลั่ง เขาไม่เคยรู้สึกแบบนี้มาก่อน ยูชอนทำอะไรกับร่างกายของเขา ทำไมเขาถึงปฏิเสธไม่ได้เลย

  “ขอโทษ!....ฉันจะไม่ทำให้นายเจ็บอีก...นะ~” น้ำเสียงอ่อนโยนของยูชอนทำให้ร่างเล็กถึงกับยอมแพ้ที่จะค้านอะไร มาถึงขนาดนี้แล้วเขาก็ไม่สามารถปฏิเสธความรู้สึกแท้จริงของตัวเองได้อีก จะให้บอกว่าไม่ต้องการทั้งๆที่ตัวสั่นขนาดนั้นก็ดูจะหลอกตัวเองเกินไป


  “ฮึ่ก!!....อ๊า...ยูชอน ยูชอน...ฉัน......” ร่างสูงกดนิ้วเข้าไปทั้งสามนิ้วก่อนจะค่อยๆทำให้ร่างเล็กรู้สึกผ่อนคลาย เขาได้ยินเสียงหอบหายใจหนักขึ้นเรื่อยๆ...นั่นยิ่งทำให้เขาควบคุมอารมณ์อ่อนไหวของตัวเองได้ยากขึ้นตามมาอีก ความต้องการของเขามันมาก จนไม่คิดว่าจะทำให้จุนซูต้องเจ็บไปเท่าไหร่

นิ้วทั้งสามรัวขยับเข้าขยับออก แล้วนิ่งค้างไว้ให้ร่างเล็กชินก่อนจะดันเข้าดันออกอีกครั้ง เรียกเสียงครางวาบหวิวให้ใจสั่นกระตุ้นความต้องการมากไปอีก


ไม่ไหวแล้ว..ฉันทนไม่ไหวอีกแล้ว จุนซู~

  “อ๊า.....ไม่!! ฉันเจ็บ...ฮื้ออออ” เมื่อร่างสูงถอดถอนนิ้วออกมา...และแทนที่ด้วยส่วนที่แข็งขึงของตัวเองเข้าไปทันที จุนซูร้องด้วยความเจ็บ มือเล็กยึดแผ่นหลังเปลือยเปล่าของยูชอนไว้ เขาไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่ายูชอนถอดเสื้อออกตั้งแต่เมื่อไหร่ รู้เพียงแค่ว่าตอนนี้เขารู้สึกดีมากอย่างบอกไม่ถูก ถึงจะเจ็บราวกับร่างกายจะแตกออกเป็นชิ้นๆก็ตาม แต่เขาเชื่อ เชื่อว่ายูชอนจะทำให้เขารู้สึกดีได้แน่ๆ


  “อึ่ก....รัด...มันรัดฉันแน่นมาก” ยูชอนพยายามกดลงให้ลึกเข้าไปอีกแต่เพราะช่องทางเล็กๆนั่นยังไม่เคยได้ถูกสัมผัสมาก่อน และถึงแม้เขาจะใช้นิ้วช่วยแล้วก็ตาม แต่เพราะนิ้วทั้งสามนิ้วก็ยังเล็กไปกว่าสิ่งที่เขากำลังจะทำให้มันเข้าไปตัวของจุนซูลึกๆนี้อีก


  “อ่ะ...ยูชอน อ่าาาา” เสียงเล็กยังคงครางหวานอยู่ทุกครั้งที่ร่างสูงเพียรกดแท่งของความเป็นชายลงไป

  “อือ..อื้อ” ร่างสูงกดจูบลงกับเรียวปากบางที่ร้องไม่เป็นภาษาเพื่อคลายความเจ็บปวดให้ลดลง เรียวลิ้นไล่ต้อนกันและกัน พันรัดรึงไม่อยากถอดถอน เสียงปากต่อปากที่แลกจูบกันดังชัดขึ้น จุนซูเผลอเคลิ้มไปกับสัมผัสจูบร้อนแรงของยูชอนอย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัว หน่วยตาเรียวพยายามเปิดขึ้นเพื่อมองใบหน้าของคนที่เขาพร่ำเรียกว่าเพื่อนมาโดยตลอดอย่างไม่เข้าใจ...


ยูชอนคิดแบบนี้กับเขางั้นหรอ นานเท่าไหร่ มันเกิดขึ้นมานานเท่าไหร่แล้ว

 

  “อ๊า....” ยูชอนกระแทกส่วนล่างเข้าออกอยู่อย่างนั้นเรื่อยๆ จนร่างเล็กสั่นคลอนไปตามแรงกระแทกที่แผ่วเบา ก่อนจะแรงขึ้นตามความปรารถนา ยิ่งแรงกระแทกหนักหน่วงขึ้นเท่าไหร่ แรงจิกที่หลังของยูชอนก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้นเท่านั้น

  “อึ่ก!!~” ร่างสูงกดเสียงข่มความเจ็บแสบที่รอยเล็บเล็กๆจิกเข้ากับแผ่นหลัง มือหนาคลอเคลียกับใบหน้าที่เปียกไปด้วยเหงื่อเคล้าน้ำตา ริมฝีกปากเลื่อนขยับไปจูบขมับอย่างเบาๆ จุนซูถึงกับเผลอร้องฮื้อ...ออกมาด้วยความพอใจ ส่วนล่างยังคงถูกกดกระแทกอยู่เรื่อยๆไม่ได้หยุด ความรู้สึกที่สุขมากขนาดนี้เขาไม่เคยได้รับมาก่อน

นายเก่งมาจากไหนกันนะ ปาร์ค ยูชอน
นายเคยทำแบบนี้กับใครรึป่าว...ทำไมถึง.................


  “อ๊าาาา......!!!!” ความคิดทั้งหมดถูกหยุดลงด้วยความรู้สึกมากมาย เมื่อยูชอนกดร่างจมลึกเข้าไปเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่เขาจะรู้สึกได้ว่าเหมือนมีน้ำอะไรพุ่งเข้ามาในร่างของเขาอย่างมากมายเหลือเกิน

เสียงครางอย่างสุขสมทั้งคนกระทำและผู้ถูกกระทำร้องประสานกัน ยูชอนค่อยๆถอนแกนกายออกพร้อมกับน้ำเหนียวที่ค่อยๆไหลเปรอะเปื้อนพร้อมกับเลือดที่เกิดจากการฉีกขาดของช่องทางสีชมพูของร่างบางไหลไปตามเรียวขาขาว ยูชอนปาดเหงื่อพร้อมกับพรมจูบไปทั่วใบหน้าให้อย่างอ่อนโยน

เขาทำให้จุนซูเจ็บสินะ

ร่างบางหลับตาพริ้มรับจูบหวานๆจากร่างสูง ก่อนจะค่อยๆปรือตามอง เห็นแววตาของร่างสูงที่ก้มมองอยู่ก่อนแล้วพร้อมรอยยิ้ม ทำให้ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่...นี่เขาเป็นอะไรไป น่าอายที่สุด!! จุนซูเสหลบสายตาก่อนจะดันตัวคนข้างบนออกแต่ก็ต้องร้องครางออกมาด้วยความเจ็บ เมื่อขยับร่างในตอนนี้เขาแทบจะไม่สามารถขยับตัวได้เลย มันเจ็บร้าวไปหมด

  “เจ็บ~” เสียงเล็กร้องบอก ยูชอนรีบลุกขึ้นพลางจับตรงนั้น จับตรงนี้ถามด้วยความเป็นห่วง

  “ตรงไหนๆ....ฉันขอโทษนะ จุนซู...ฉะ....”

  “นายกอดฉันทำไม?” ร่างบางเอ่ยถามขัดคำพูดที่ดูห่วงใยจนเขาเองก็รู้สึกว่ามันมาก มากจนเขาไม่รู้ว่าตัวเองเป็นอะไรทำไมถึงได้รู้สึกวูบวาบแปลกๆกับการกระทำทั้งหมดของยูชอนในวันนี้

 

  “หวงนี่หว่า!”

 

คำพูดที่ดูเหมือนบ่นกับตัวเองมากกว่า แต่จุนซูก็ได้ยินมันอย่างชัดเจน ก่อนจะเอามือปิดหน้าปิดตาตัวเอง ร้องไห้ออกมาอย่างห้ามไม่อยู่

 

อะไรอีกละเนี่ย...อยู่ๆก็งอแงซะงั้น

 

  “ฮึ่ก....บ้าที่สุดเลย ฉันเป็นเพื่อนนายแท้ๆนะ มาทำแบบนี้ได้ยังไง” จุนซูหันหน้าเข้าหาพนักพิงโซฟา น้ำตาไหลลงมาอย่างสุดจะกลั้นไว้ได้ ไม่เหลือความภาคภูมิใจอะไรแล้ว ในเมื่อเขาเองเป็นผู้ชายแต่กลับโดนผู้ชายด้วยกัน ย่ำยีแบบนี้ ใครมันจะไปดีใจได้ ถึงเขาจะรู้สึกดีไปด้วยแต่นั่นก็เพราะเขาโดนรุกรานก่อนไม่ใช่หรอ ใครมันจะไปมีแรงขัดขืนไหว.....ยิ่งมีคำว่าเพื่อนค้ำคอด้วยแล้วแบบนี้เขาจะมองหน้าใครได้ยังไง


  “ก็เลิกเป็นเพื่อนกันแล้วเป็นมากกว่านั้นสิ” ร่างบางหยุดสะอื้น ก่อนจะค่อยๆถูกช้อนตัวให้ลุกขึ้นเข้าสู่อ้อมกอดของเจ้าของคำพูดและการกระทำ
  “อะไร...อึ่ก....ของนาย” ร่างบางแหงนหน้ามอง แพขนตายังเต็มไปด้วยน้ำใสๆ มันดูน่ามองนักจนร่างสูงอดไม่ได้ที่จะกดจูบลงกับเรียวตาคู่เล็กทั้งสองข้างนั่น

  “ฉันรักนายนะจุนซู.....รักนายมาตั้งนานแล้ว...เชื่อฉันมั้ย?” ศีรษะเล็กส่ายบอกว่าไม่เชื่อ...

  “ทำไมล่ะ!” ร่างสูงเอ่ยถาม

  “นายเอาแต่แกล้งฉันตลอดเลย” เสียงเล็กว่าให้ ใบหน้าก้มต่ำไม่กล้าสบตาร่างสูง ถึงตอนนี้อะไรจะเกิดก็ต้องปล่อยให้มันเป็นไปแล้วสินะ........


คงเป็นเพราะเราสนิทกันเกินไปยูชอน...ฉันถึงทำร้ายจิตใจนายไม่ลง


  “เพราะฉันรักของฉันนี่...แต่ฉันก็ไม่ให้ใครแกล้งนายนะ ฉันหวง” ร่างบางกัดปากด้วยความเขินอาย...ไม่อยากหลุดยิ้มออกมาให้อีกคนได้รู้ว่าเขารู้สึกยังไงในตอนนี้


เร็วเกินไป....ฉันคิดว่าถ้าฉันจะรู้สึกดีกับนายมากกว่าเพื่อน


  “นายชอบหัวเราะฉันเวลาที่ฉันทำอะไรเปิ่นๆ”

  “นั่นก็เพราะฉันเอ็นดูนายต่างหาก” ร่างสูงลูบหัวเล็กก่อนจะกดจูบลงกลางกระหม่อม

  “ไม่เชื่อหรอก......” เสียงเล็กตอบกลับ

  “งั้นจูบซักทีดีมั้ย?” หากำไรเอากับร่างบางที่ตอนนี้เอาหัวซบลงกับซอกคอของตัวเอง


  “นายห้ามฉันไม่ให้ทำการแสดง My Page นี่” ร่างสูงถอนหายใจหนักๆหนึ่งทีก่อนจะใช้เสียงทุ้มหวานตอบกลับ

  “ฉันไม่อยากให้ใครเห็นเอสไลน์ของนาย...ไม่อยากให้นายเต้นยั่วยวนใครแบบนี้นี่นา”

  “แต่นั่นมันงานของฉันนะ!” ร่างบางเริ่มอาละวาดอีกครั้ง....พูดถึงเรื่องงานนี่มีฮึดนะจะบอกให้

  “ฉันรู้...แต่นายเปลี่ยนการแสดงไม่ได้หรอ?” ร่างสูงพยายามใช้น้ำเสียงออดอ้อนเอากับคนตัวเล็กในอ้อมกอด

  “มาเปลี่ยนอะไรกันล่ะ...อีกไม่กี่อาทิตย์ก็ต้องขึ้นคอนเสิร์ตแล้ว...อย่ามาทำอ้อนเอาเป็นเด็กได้มั้ย มันไม่เหมาะกับนายเลยสักนิด...คนเจ้าเล่ห์” จุนซูปาดน้ำตาออกจากตาเรียวเล็ก ก่อนจะขยับร่างออกห่างจากยูชอน

  “นายรู้สึกยังไงกับฉันหรอ? ถึงตอนนี้แล้วฉันทำลายคำว่าเพื่อนของเราพังลงไปไม่เป็นท่า นายเกลียดฉันมั้ย....จุนซู?” คำถามถูกเปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน...จนจุนซูเองถึงกับสะอึกไปเหมือนกัน

นั่นสินะ.....เขารู้สึกยังไงกัน ตอนแรกก็โกรธที่ถูกก่อกวนหรอก แต่พอโดนเข้าไปแบบนี้ เขาก็ไม่รู้จะตอบว่ายังไง แต่ก็ไม่คิดว่าเพื่อนสนิทของเขาจะรู้สึกกับเขาแบบนี้เช่นกัน....


จะเชื่อใจตัวเองดีรึป่าว...มันจะง่ายไปมั้ยถ้าจะยอมรับเอาง่ายๆว่า เขาเองก็ถอนตัวไม่ได้แล้ว ถ้าต้องใช้คำว่าเพื่อนต่อไป เขาก็คงมองหน้ายูชอนไม่ติดเพราะเรื่องความสัมพันธ์ในวันนี้แน่ๆ

หน้าไม่ได้ด้านพอ จะบอกว่าฉันเป็นผู้ชาย!! ไม่ต้องมารับผิดชอบอะไรทั้งนั้น ขอให้มันผ่านๆไป ถือว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น.... ถ้าคนๆนี้ไม่ใช่ยูชอน ไม่ใช่เพื่อนเขา เขาคงตอบไปว่า “ช่างมันเถอะ” แต่นี่เพราะเป็นยูชอน เขาถึงไม่อยากตัดให้จบและเสียเพื่อนไป....


ขอเวลาหน่อยได้มั้ยยูชอน.....ขอเวลาฉันได้คิดอะไรบ้าง?

ถึงวันนั้นถ้าฉันยอมรับใจตัวเองได้เมื่อไหร่ฉันจะให้คำตอบนายทันที

 

 

 

edit @ 13 May 2008 01:14:00 by Bapeboyz>>T.O.P

edit @ 13 May 2008 01:16:31 by Bapeboyz>>T.O.P

edit @ 28 May 2008 10:41:22 by Bapeboyz>>T.O.P

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

พายุไก่นี่น่ากัวเหลือเกิน !!

พร้าวก้อเต้นยั่วซะ
ไม่สนใจไคทั้งน้านนน

#1 By Posh (61.7.169.41) on 2008-05-21 16:17

น่าจะมีภาคต่อนะ

#2 By takara on 2008-08-05 04:52