[Fic] Plus One (Ch.1) [Temp*GD]
posted on 14 May 2008 15:21 by bojae-shinki
คำเตือน : ฟิคชั่นในบลอคนี้เป็นฟิคเกี่ยวกับชายรักชาย
ใครรับไม่ได้ กรุณาปิดลงไปด้วยนะคับ
...........
.....................
Title: Plus One
Chapter: 1
Author: Shin-Dragon
Paring: Tempo*G-dragon
Genre: Drama
Rate: NC-17
คอนโดหรูใหญ่โตกลางกรุงโซล
ตี๊ด!!!
/พี่ชาย....ไม่อยู่หรอฮะ นี่พี่!.......ทำไมพ่อโทรไปหาแล้วไม่ยอมรับสายล่ะ เลิกทำแบบนี้สักทีเถอะน่า พ่อเขารักพี่มากแค่ไหนก็รู้ไม่ใช่หรอ เลิกเฉยชาใส่พ่อได้แล้วรู้มั้ย ถ้าผมรู้ว่าพี่ไม่ยอมรับสายโทรศัพท์ของพ่ออีกล่ะก็....ผมจะบินกลับไปเกาหลีเดี๋ยวนี้เลย......คอยดูนะฮะ/......................ตี๊ด
ชายหนุ่มร่างสูงบิดริมฝีปากอย่างไม่สนใจในเสียงฝากข้อความโทรศัพท์จากน้องชาย เขาปล่อยให้เสียงโทรศัพท์ดังอยู่นาน ก่อนที่เสียงตอบรับอัตโนมัติจะดังขึ้นให้ฝากข้อความ แล้วมันก็เป็นเรื่องเดิมๆที่เขาขี้เกียจจะจำมาใส่ใจแล้ว.....ไม่ใช่ธุระอะไรสักหน่อย
ฟองสบู่สีขาวถูกชำระล้างออกจากร่างกายสมส่วน หุ่นเท่เพอร์เฟคที่ใครต่อใครต่างก็อยากจะจับต้อง ขาวสะอาดตา ใบหน้าคมหล่อถูกน้ำสะอาดล้างไหลผ่าน ร่างสูงแหงนหน้าขึ้นสะบัดน้ำออกจากศีรษะที่เปียกชุ่ม มือเรียวคว้าหยิบผ้าเช็ดตัวสีขาวพอดีตัวเช็ดลวกๆแล้วพันไว้รอบเอว ตามด้วยชุดคลุมอาบน้ำสีดำขลับลื่นมือสวมทับอีกชั้นก่อนจะมัดเอาไว้หลวมๆ เผยให้เห็นแผ่นอกขาวสะอาดน่ามอง
คนหล่อเดินออกมาจากห้องน้ำพลางใช้มือสางผมที่เปียกชุ่มให้กระจายน้ำออก แผ่นซีดีเพลงฮิพฮอพถูกเลือกให้เปิดเล่นดังก้องไปทั่วทั้งห้องชุดสุดหรูบนชั้นสูงสุดของคอนโดระดับห้าดาวกลางกรุงโซล
เสื้อผ้ามียี่ห้อถูกแขวนเรียงรายในตู้เสื้อผ้า รวมทั้งข้าวของเครื่องใช้มากมายที่ล้วนแล้วแต่เป็นของนำเข้าจากต่างประเทศทั้งหมด ลูกชายเจ้าของคอนโดทั่วประเทศเกาหลีอย่าง ชเว ซึงฮยอน อยากได้อะไรก็ต้องได้ แต่ถ้าเลือกที่จะปฏิเสธอะไรก็จะปฏิเสธจนถึงที่สุดเหมือนกัน
อย่างเรื่องเด็กใหม่ของพ่อยังไงล่ะ!!
( (Rrrrrrr…………) )
ร่างสูงละออกจากตู้เสื้อผ้า เดินกลับมาที่เตียงนอนกว้างหยิบมือถือรุ่นใหม่ล่าสุดที่นอนแผดเสียงร้องแข่งกับเพลงโปรดที่เปิดเล่นอยู่ขึ้นมา
- ควอน จียง -
“เมื่อไหร่จะเลิกวุ่นวายสักทีวะ.......” บ่นพึมพำก่อนจะปล่อยมือถือที่แผดเสียงร้องนั้นลงบนเตียงเหมือนเดิมอย่างไม่สนใจ
ก๊อกๆ.....
ก๊อกๆๆๆ........
คงจะไม่ใช่ใครที่ไหน...เพราะถ้าคนที่จะขึ้นมาที่ชั้นสูงสุดของเขาได้นั้น ต้องได้รับอนุญาตให้ใช้ลิฟท์ส่วนตัวของเขาเท่านั้นจึงจะสามารถขึ้นมายังห้องที่อยู่บนชั้นสุดท้ายนี้ได้ และก็มีเพียงไม่กี่คนที่จะมีอำนาจพอบอกให้รปภ.เปิดลิฟท์ส่วนตัวของเขาให้ใช้ ไม่นานประตูห้องก็ถูกเปิดออกพร้อมกับร่างของใครอีกคนที่เขาเกลียดขี้หน้ามากที่สุด คนที่เขาไม่มีวันจะยอมรับได้เด็ดขาด
“ทำไมนายถึงไม่รับโทรศัพท์ของฉัน.....” เสียงเล็กไม่ได้พูดอย่างคนมีอำนาจใหญ่โตมาจากไหน แต่ในฐานะที่เขาเป็นคนที่พ่อของซึงฮยอนไว้วางใจมากที่สุด เขาก็ต้องทำให้ดีถึงที่สุดเหมือนกัน
แต่เรื่องอะไรคนอย่างซึงฮยอนจะต้องสน...ก็แค่พวกเลียแข้งเลียขาพ่อของเขา เพื่อหวังจะเอาสมบัติก็เท่านั้น
“ไม่มีอะไรจะต้องคุย...แล้วทำไมจะต้องรับ” อีกคนพูดอย่างไม่สนใจคนตัวเล็กที่ยืนกำมือแน่นด้วยความโกรธ เดินอวดกายที่ล่อแหลมผ่านไปผ่านมา ยั่วโมโห
“ขอร้องล่ะซึงฮยอน.....นายเลิกทำแบบนี้กับพ่อนายได้แล้ว” มือเล็กคว้าจับเข้าที่ต้นแขนของคนตัวสูงกว่า
ซึงฮยอนจ้องมองเข้าไปที่ดวงตาเรียวเล็กนั่น ก่อนจะสะบัดมือออกอย่างแรง จนจียงล้มลงไปชนกับโต๊ะชุดเล็กที่ตั้งคู่กับโซฟาหรูกลางห้อง
เจ็บ....แต่ก็ไม่จำเป็นต้องร้องบอกเพื่อขอความเห็นใจ เพราะมันไม่เคยมีอยู่ในสายตาของคนที่ชื่อ ชเว ซึงฮยอน
“อย่าเอามือสกปรกของนายมาจับฉัน....มือที่นายใช้ปรนเปรอพ่อฉันน่ะ มันน่าขยะแขยง!” คำพูดร้ายกาจยังคงสาดใส่ไม่เว้นให้ได้หายใจ จียงก้มหน้าลงกลืนก้อนสะอื้นลงคอไปอย่างยากลำบาก นายคิดว่าฉันมาอยู่ในครอบครัวของนายเพราะว่าเป็นคนที่จะมาแทนแม่ของนายอย่างนั้นหรอ
“อย่าดูถูกฉันนะ...ถึงฉันจะไม่มีเงินใช้ ไม่มีที่ซุกหัวนอนแต่ฉันก็ไม่เคยคิดที่จะทำอะไรแบบนั้นเพื่อแลกกับการมีชีวิตอยู่อย่างสบายหรูหราแบบนี้!” จียงใช้แววตามุ่งมั่นเข้าสู้ ตาจ้องกันอยู่ได้ไม่นาน เจ้าของห้องก็จับล็อคเข้าที่แขนเล็กพลางเหวี่ยงลงไปกับโซฟาห้อง
อั่ก!!
จุกไปซ้ำสองเมื่อหลังกระแทกซ้ำรอยเดิมที่เพิ่งชนกับโต๊ะมาสดๆร้อนๆ ยังไม่ทันจะต้านทานก็ถูกคนตัวสูงกว่ากดทับร่างตามลงมา
“แล้วที่เป็นอยู่ทุกวันนี้มันไม่ใช่หรือไง?” เสียงกระซิบที่ข้างหูทำให้คนตัวเล็กสั่นขึ้นมา
“นายทำแบบนี้กี่ครั้ง?.....มารยาต่อหน้าพ่อฉันกี่ครั้ง!?พ่อฉันถึงยอมให้นายมาใช้อำนาจกับฉันแบบนี้!!”
“อึ่ก....ปล่อยนะ!! ฉันไม่เคยใช้อำนาจกับนาย ฉันรู้ว่าฉันไม่มีสิทธินั้น....โอ๊ย! ปล่อยฉันสิ” ซึงฮยอนยังคงบีบแน่นที่เรียวแขนเล็กจนเกิดรอยแดงไปทั่ว จียงเริ่มรู้สึกถึงความอ่อนแอของตัวเองเมื่อรู้ว่าไม่สามารถต่อกรกับซึงฮยอนได้เลยตั้งแต่ที่เขาเข้ามาอยู่ที่ตระกูลชเว ใหม่ๆจนถึงตอนนี้
“ไม่เคยใช้อำนาจแต่ก็ใช้ร่างกายเข้าแลกงั้นสินะ...ที่มาหาฉันถึงที่นี่เพราะอะไรล่ะ พ่อฉันให้นายไม่พอหรอไง!!” เสียงเข้มดุตะคอกใส่เสียงดัง ร่างทั้งร่างของจียงสั่นคลอนเมื่อถูกเจ้าของมือจับเขย่าถามด้วยความโมโห
“นายเลิกดูถูกฉันสักที ชเว ซึงฮยอน!!” จียงใช้แรงเฮือกสุดท้ายผลักร่างที่ชุดคลุมเริ่มคลายออกจนเห็นเพียงแผ่นอกเย็นเยียบสีขาว ก่อนจะหลบสายตาไปมองที่อื่น
“ห๊ะ!.........แค่สัมผัสตัวฉันแค่นี้นายก็หน้าแดงแล้วหรอ...ไม่ต้องใช้มารยากับฉันก็ได้ ฉันรู้ว่านายมันเก่งแค่ไหนกับเรื่องอย่างว่าน่ะ!”
ตาเรียวเล็กตวัดมองด้วยความโกรธ จียงไม่ตบ จียงจะไม่ร้องไห้เหมือนพวกหนังในละครน้ำเน่าที่เขาทำกัน เพราะเขาไม่ใช่นางเอกละครที่จะมาบีบน้ำตาต่อล้อต่อเถียง สร้างความแค้นให้พระเอกต้องลงไม้ลงมือกับตนอย่างไม่มีทางสู้...............ก็แล้วทำไมเขาจะต้องมาคิดว่าตัวเองเป็นนางเอกแล้วซึงฮยอนเป็นพระเอกด้วยล่ะ
ผลั๊วะ!!
แต่ก็ไม่มีใครบอกว่าจียงจะชกคนปากเสียตรงหน้าไม่ได้...เลวที่สุดดูถูกเขาไม่พอยังดูถูกพ่อตัวเองซะอีกเขาไม่คิดเลยว่าครั้งแรกที่เขาเห็นผู้ชายคนนี้เขาจะมีความรู้สึกดีๆให้
“ซี๊ด!” คนถูกชกใช้ลิ้นดุนกระพุ้งแก้มเพื่อบรรเทาความหนึบชาตรงมุมปาก เห็นตัวแค่นี้ไม่คิดว่าจะหมัดหนักเหมือนกันแฮะ
ตาคมมองกลับมาด้วยแววตาดุร้ายอย่างไม่คิดว่าจะเคยใช้มันกับใครหน้าไหน จียงยังคงยืนตัวสั่นกำหมัดแน่น ถ้าคิดว่าเขาจะชกแล้วเดินหนีแล้วล่ะก็คิดผิดเลย ตาต่อตาประสานกันอย่างไม่มีใครแพ้ใคร
ฉันผิดตรงไหน....แค่เป็นคนที่พ่อนายเอ็นดู แค่ท่านเอาอกเอาใจฉัน แค่บอกว่ารักฉันแค่นั้น นายก็คิดว่าฉันกับพ่อนายเป็นชู้กันงั้นหรอ
“ออกไปจากห้องของฉันเดี๋ยวนี้!.....” เสียงเข้มดุเอ่ยขึ้นทั้งยังใช้สายตาจ้องมองอยู่ เขารู้สึกแสบตรงมุมปากนิดๆ พลาดท่าเสียทีให้เด็กของพ่อแบบนี้หรอ น่าอายชะมัดเลย ชเว ซึงฮยอน แต่เขาก็ใจดีพอที่จะไม่ทำร้ายกลับไปนอกจากว่า................
“โอ๊ย!....ปล่อยฉันนะ มันเจ็บนะปล่อย!!...” ร่างสูงจับลากคนตัวเล็กกว่าออกมาจนถึงประตูหน้าห้อง มืออีกข้างเอื้อมไปปลดล็อคประตูออก....ก่อนจะเหวี่ยงร่างเล็กเบามือออกไปล้มลงกับพื้นพรมหน้าห้องอย่างแรง
“เจ็บ~.......” เสียงหวานครางออกมาแทบไม่เป็นภาษา แต่ก็ไร้ความเห็นใจจึงต้องกัดปากระงับความเจ็บปวดเอาไว้
“ปล่อยแล้วไง....ออกไปจากคอนโดของฉันได้แล้ว แล้วก็อย่ากลับมาเหยียบที่นี่อีก.....ออกไปให้พ้น!!”
ปัง!!
“โธ่เว้ย!!................” จียงได้ยินเสียงร้องดังออกมาจากห้อง ก่อนจะค่อยๆพยุงตัวเองขึ้นยืน นายคงจะไม่เห็นสินะรอยยิ้มมุมปากของฉันตอนนี้ ฉันจะป่วนนายให้ถึงที่สุดเลยซึงฮยอน เพราะฉันต้องการนายไม่ใช่พ่อของนาย ฉันต้องการแค่นายไม่ใช่สมบัติมากมายที่นายมีอยู่......จำเอาไว้ว่านายจะเป็นของฉันคนเดียวเท่านั้น
....................
.............................
“อ้าว....จียง ไปไหนมา ทานข้าวหรือยัง?” เสียงเจ้าของตระกูลชเวเอ่ยถาม เมื่อเงยหน้าจากหนังสือพิมพ์แล้วพบกับเด็กหนุ่มที่เขาซื้อตัวมาจากพวกแก็งค์อันธพาลที่อเมริกา
“เรียบร้อยแล้วฮะ....ทำไมคุณฮงจุนถึงไม่ได้ออกไปไหนล่ะฮะวันนี้” เด็กหนุ่มร่างเล็กเดินมานั่งลงข้างๆ พร้อมกับถามอย่างเอาอกเอาใจ ไม่ใช่ด้วยมารยาแต่นี่แหละคือสิ่งที่เขาจริงใจต่อคุณฮงจุนจริงๆ
“วันนี้ดองวุคจะกลับมา....ก็เลยคิดว่าไม่ออกไปไหนดีกว่า”
“จริงหรอฮะ...พี่ดองวุคจะกลับมาหรอฮะ....ดีใจจังแล้วนี่ซึงรีจะกลับมาด้วยหรือเปล่าฮะ” จียงถามด้วยความตื่นเต้น ดองวุคคือคนที่คอยดูแลเขามาตลอดเมื่อครั้งที่อยู่อเมริกาหลังจากที่ฮงจุนซื้อตัวเขามาแล้ว และซึงรีก็เป็นลูกชายคนเล็กของฮงจุน เป็นเด็กที่น่ารักมากๆแล้วก็ติดเขาอย่างกับอะไรดี ไม่นึกรังเกียจเลยที่เขาเคยเป็นเด็กอันธพาลมาก่อน....ต่างจากคนเป็นพี่ลึกลับที่พอรู้ว่าพ่อของตัวเองซื้อตัวเขามา ก็คิดว่าซื้อเขามาเพื่อปรนเปรอในสิ่งที่พวกโฮสตามคลับเขาทำกัน คิดว่าเขาจะมาเป็นชู้ของพ่อเพื่อกอบโกยสมบัติ.....คิดตื้นชะมัด!
“เจ้ามักเน่น่ะ....บ่นว่าคิดถึงพี่จียงตลอดเลย แต่ยังไม่ยอมกลับมา...สงสัยจะติดสาวผมทองที่นู้นซะแล้วล่ะมั้ง...” คนเป็นพ่อว่าทั้งหัวเราะ จียงก็อดหัวเราะตามไปด้วยไม่ได้....เขาเองก็คิดถึงซึงรีเหมือนกัน มีอยู่แค่ไม่กี่คนหรอกที่จะเข้าใจเขา ฮงจุนหันมายิ้มเท่ๆให้จียงที่นั่งหัวเราะกับคำนินทาที่เขาพูดถึงลูกชายคนเล็ก
รอยยิ้มแบบนี้เหมือนคนเป็นลูกไม่มีผิด แต่รายนั้นถนัดกับเรื่องจะยิ้มเยาะและดูถูกคนมากกว่า
มือหนาลูบศีรษะของเด็กหนุ่มอย่างนึกเอ็นดูจริงๆ ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมอยู่ๆถึงรู้สึกถูกชะตาด้วย ถ้าวันนั้นเขาไม่โดนเด็กนี่ล้วงกระเป๋าแล้วจับตัวได้ล่ะก็ ป่านนี้ชีวิตจะเป็นยังไงบ้าง อาจจะโดนตำรวจจับหรืออาจจะต้องทำตัวเป็นแก็งค์อันธพาลอยู่อย่างนั้นไปตลอด เขาถึงต้องยอมซื้อตัวจียงมาจากพวกเพื่อนในแก็งค์ที่มีอิทธิพลน่าดูเลยในย่านนั้น แต่ก็มารู้จริงๆว่านิสัยของเด็กนี่ไม่ได้เป็นพวกเด็กอันธพาลมาตั้งแต่ไหนแต่ไร แต่ต้องยอมทำเพราะถูกพวกในแก็งค์บังคับ พ่อแม่ก็ทิ้งญาติพี่น้องก็ไม่รู้จัก โดนหลอกให้ไปทำงานที่อเมริกาไม่พอยังถูกบังคับให้ทำเรื่องเลวร้ายสารพัดอีก กว่าจะฟื้นฟูสภาพจิตใจได้นี่ต้องพึ่งดองวุคคนเดียวเลยจริงๆ
“เฮ้!......ซับโหย่ว!” เสียงร้องทักทายภาษาของพวกเด็กฮิพฮอพมักจะใช้กันดังเข้ามาก่อนที่จะเห็นตัวของเจ้าของเสียง คนเป็นพี่ชายได้แต่ส่ายหัวให้.....ไอ้น้องบ้านี่ทำแมนไม่เข้ากับหน้าตาเลยจริงๆ
“พี่ดองวุค.............” เสียงเล็กดังขึ้นมาเหมือนกันพร้อมกับวิ่งออกไปรับคนที่กำลังเดินเข้ามาในส่วนที่เป็นห้องนั่งเล่น
“โอ๊ะโอ.......จียงเป็นยังไงบ้าง กลับมาอยู่ที่เกาหลีแล้วพอจะคุ้นเคยบ้างแล้วใช่มั้ย?” ชายหนุ่มร่างสูง ผิวขาวจัด ใบหน้าระเรื่อด้วยสีชมพูจางๆกอดร่างเล็กนั่นอย่างมาดแมน จียงพยักหน้าเป็นคำตอบพร้อมกับรอยยิ้มมากมายให้
ทั้งคู่เดินกลับมานั่งที่โซฟากลางห้องต่อหน้าคนที่นั่งรออยู่ก่อนแล้ว ดองวุคเดินเข้าไปแทคมือกับคนเป็นพี่ชายแท้ๆแล้วกลับมานั่งเท่ตามแบบฉบับของหนุ่มหล่อ
“ไม่เอาเจ้าซึงรีกลับมาด้วย....” ฮงจุนถามถึงลูกชายคนเล็กทั้งๆที่เมื่อกี้ก็เพิ่งนินทาไปว่าคงเพราะติดสาวอยู่แน่ๆเลยถึงไม่ยอมกลับมาพร้อมกับอาแบบนี้
“รายนั้นน่ะ...เอะอะก็พี่แทยัง พี่แทยัง ถ้าพี่แทยังยังไม่กลับผมก็จะไม่กลับ” คนเป็นอาพูดล้อเลียนเสียงของหลานชายคนเล็ก เรียกเสียงหัวเราะจากจียงและฮงจุนได้เป็นอย่างดี เหมือนมากๆเลยท่าทางหลุดๆแบบนั้นน่ะ อย่าเก๊กแมนเลยน้องพี่
“เอ่อ...ว่าแต่พี่แทยังของซึงรี...เขาเป็นใครหรอฮะพี่ดองวุค?”
“ก็เป็นรุ่นพี่ที่เรียนที่เดียวกันนั่นแหละ....เป็นลูกชายคนเดียวของตระกูลดง ที่ครอบครัวเป็นนักธุรกิจส่งออกสินค้าระดับต้นๆของเกาหลีเชียวนะ” จียงอ้าปากค้างนึกตามโอ้โห.....รวยออกขนาดนั้นเลยนะเนี่ย
“ไอ้คนเป็นพ่อรึก็นึกว่าลูกชายไปติดสาวที่ไหนที่แท้ก็ติดหนุ่มลูกชายตระกูลดงนี่เองหรอกหรอ” ทุกคนพูดถึงซึงรีไปก็หัวเราะกันไป มีดองวุคที่หยุดหัวเราะแล้วก็มองหน้ามองหลังซะจนคนที่เห็นอดจะถามไม่ได้
“นายมองหาใครน่ะดองวุค”
“ไอ้เทมป์หลานรักมันหายไปไหนอ่ะพี่....ไม่รู้เลยหรือไงว่าอาสุดที่รักของมันกลับมาแล้ว” ถึงตอนนี้คนทั้งสองหันมาลอบสบตากันแล้วนิ่งกันไปทั้งคู่ กับฮงจุนเองแล้วตอนนี้ลูกชายคนโตตั้งแง่ ไม่ยอมคุยกับพ่ออีกเลยตั้งแต่ที่เขาพาจียงเข้ามาในบ้านแล้วบอกว่าจะพาจียงมาอยู่ในฐานะเด็กในปกครองของตน ได้ทะเลาะกันเป็นเรื่องเป็นราวใหญ่โต จนลูกชายต้องออกไปอยู่ที่คอนโดไม่ยอมกลับเข้ามาที่บ้านอีกเลย แล้วก็ไม่ยอมรับโทรศัพท์ของเขาด้วย
ซ้ำ
ส่วนกับจียงเองเขาเพิ่งกลับมาจากคอนโดของซึงฮยอน และเขาก็ไม่ได้บอกฮงจุนด้วยซ้ำว่าเขาไปไหนมา ไม่อยากให้ฮงจุนรู้ว่าเขาไปเสี่ยงปะทะคารมกับลูกชายจอมเดือดของเขาแล้วก็ได้แผลระบมกลับมาด้วย
“อ่ะ...อ้าว เป็นอะไรกันไป เทมโปมันออกไปเที่ยวหาสาวอีกตามเคยสิท่าใช่มั้ยพี่” ดองวุคหันกลับมาถามแต่ก็ยังคงมองคนทั้งสองแปลกๆ เรื่องนี้ดองวุคยังไม่รู้ว่าที่เกาหลีเกิดอะไรขึ้นบ้าง เลยได้แต่สงสัยในท่าทางของคนเป็นพี่ชายและก็คนที่เขาถือให้เรียกเขาว่าพี่
เขามีหลานชายที่เรียกเขาว่าอาถึงสองคนแล้ว....เขาอยากให้มีคนที่นับถือเขาเป็นพี่บ้าง ก็เลยได้จียงนี่แหละมาเป็นน้องชาย ทั้งๆที่นับจากความสัมพันธ์กันแล้วจียงก็อายุพอๆกับหลานชายของเขา ก็น่าจะเรียกเขาว่าอาด้วยซ้ำแต่ก็นั่นแหละบอกแล้วไงว่าอยากมีน้องชายกับเขาบ้างแล้วตัวเองก็อยากถูกเรียกว่าพี่มากกว่าอาซะอีก
“ไอ้เจ้าเทมป์มันออกไปอยู่ที่คอนโดใหญ่นู้น....” ฮงจุนตอบตามน้ำเสียงเหมือนเป็นเรื่องปกติทั่วไป ดองวุคเลยไม่ทันได้จับผิดอะไรมากก็ได้แต่พยักหน้าตาม
“เออนี่.....ไอ้แทบินมันรู้หรือยังว่านายกลับมาน่ะ” ดองวุคหน้ามุ่ยลงทันทีที่ได้ยินชื่อของเพื่อนสนิทพี่ชาย....ไอ้หน้าหล่อเฉพาะตอนใส่แว่นกุชชี่อ่ะนะ....เหอะ!
“ไม่รู้....ผมไม่ได้บอกแล้วก็ไม่เห็นว่าจำเป็นจะต้องบอกด้วย”
“แต่ฉันก็รู้อยู่ดีนะ....ชเว ดองวุค”
ร่างสูงสมส่วนมีโค๊ทสีเทาคลุมตัวเอาไว้พร้อมกับกางเกงยีนส์มียี่ห้อ แว่นกุชชี่ประจำตัวคล้องอยู่ที่สร้อยสไตล์ฮิพฮอพแบบที่เหมือนกับของพี่ชายเขา ก็บอกแล้วไงว่ามันหล่อเฉพาะตอนใส่แว่น ฉะนั้นไอ้ที่มาให้เห็นน่ะ....เหมือนกุ๊ยชัดๆเลยเหอะ
“นี่พี่หักหลังผมหรอฮะ......” หันไปเอาเรื่องกับพี่ชายที่ไม่ได้รู้เรื่องอะไรด้วยเลยสักนิด จียงได้แต่นั่งมองคนนั้นทีคนนี้ที ใครวะไม่ยักกะรู้จัก......ท่าทางจะเป็นคนที่พี่ดองวุคไม่ชอบขี้หน้าเอามากๆแน่ๆเลย
“เรื่องอะไร....อย่ามาพาลกันสิ......” ฮงจุนไม่ได้รู้เรื่องด้วยจริงๆนะเว่ย
“ฉันให้เด็กไปสืบมา...มีอะไรมั้ย?” ร่างสูงถอดโค๊ทที่คลุมตัวเอาไว้ออกเผยให้เห็นเสื้อกล้ามผ้าเนื้อดีสีขาวที่เจ้าตัวชอบใส่ อวดหุ่นที่น่าอิจฉาให้เพื่อนรักได้เขม่นมอง แม่งรู้ว่าหุ่นดีก็อวดกูอยู่นั่นน่ะ.....อย่าให้กูได้ใส่บ้างนะ เห็นหุ่นอย่างงี้กูก็มีมุมเซ็กซี่นะเว่ย
“ใหญ่โตมากเลยนะ.....ให้คนไปตามสืบเนี่ย” ว่าอย่างประชด ตาเรียวจิกมองอย่างไม่ชอบขี้หน้ายังจงเกลียดจงชังกันอยู่เหมือนเดิมเลยนะ....ทำไมถึงไม่รู้จักละวางสักที ทั้งไม่ฟังเหตุผล ทั้งไม่ยอมเข้าใจอะไรอีก
“เป็นถึงเจ้าพ่อคุมทั่วกรุงโซลเนี่ย....ใหญ่พอจะรู้เรื่องนายมั้ยล่ะ” ดองวุคตวัดสายตามองควับกลับไป บิดปากใส่อย่างหมั่นไส้
เอาแล้วไงพออยู่กับไอ้แทบินเมื่อไหร่ก็เป็นได้ปะทะคารมกันอีกแล้ว ไอ้ที่เก๊กๆมาก็พลันหายไปซะหมด บอกแล้วไงว่าทำแมนไปก็ไม่เหมือนอยู่ดี หน้ามันออกจะหวานหยดขนาดนั้น....แล้วดูมันจิกตาบิดปากใส่เพื่อนของเขาสิ แมนให้ตายเถอะน้องกู
“จียง.....จียง ฉันว่าเราสองคนออกไปข้างนอกกันดีกว่าปล่อยให้เขาคุยกันเถอะ” จียงพยักหน้าให้อย่างเห็นด้วย ถึงเขาจะสงสัยอยู่มากก็ตามว่าไอ้หนุ่มห้อยแว่นกุชชี่นี่เป็นใครมีความตื้นลึกหนาบางกับพี่ดองวุคแบบไหน แต่สถานการณ์แบบนี้ก็ไม่ใช่เวลาที่จะเอาคานเข้าไปสอดหรอก คนทั้งสองแอบย่องออกมาจากห้องนั่งเล่นได้อย่างไม่มีใครสงสัย เพราะคนสองคนเอาแต่ตั้งแง่ปะทะวาจาใส่กันอย่างดุเดือด..................ปวดหัวจริงๆเลยเว้ย!
“เรื่องมันจบๆไปแล้วก็เลิกพูดถึงมันสักทีได้มั้ย?” แทบินเริ่มรุกเข้าหา....คนตัวบางกว่ารีบลุกขึ้นยืนทันทีที่อีกคนตามลงมานั่งเบียดข้างๆ
“นายอยากให้มันจบก็จบไปคนเดียวสิ.....ถึงฉันจะเจ็บปวดเสียใจแค่ไหน ฉันก็มีสิทธิที่จะจำกับสิ่งที่นายทำเอาไว้กับฉัน!” มือเล็กกำไว้แน่นเมื่อย้อนคิดถึงเรื่องราวที่เคยผ่านมา เวลา 3 ปีที่คบกันจำต้องจบลงเพียงเพราะผู้หญิงคนเดียวที่เข้ามาได้ไม่ถึงเดือน ทำให้ความสัมพันธ์ของคนทั้งคู่ต้องจบลงอย่างเจ็บปวด โดยเฉพาะดองวุค จนต้องบินหนีไปอยู่ที่อเมริกา
“แต่มันไม่ใช่อย่างที่นายคิดนี่ดองวุค....ฟังกันบ้างสิ” ใครจะไปรู้ว่าอิม แทบินผู้สืบสกุลเจ้าพ่อแทบกรุงโซลจะตามง้อคนรักที่เป็นน้องชายของเพื่อนสนิทมาตลอดตั้งแต่ที่เกิดเรื่อง แต่ก็ยังถูกเมินใส่อย่างไม่มีที่สิ้นสุดเหมือนกัน
“นายทำอะไรก็รับผิดชอบเถอะอิม แทบิน อย่าเอาเรื่องของเรามาพูดอีกเลยดีกว่า” ดองวุคพยายามจะเดินหนีแต่ก็ยังถูกดักหน้าเอาไว้
“เรื่องคืนนั้นฉันกับซอนมีเราไม่ได้............”
“ฉันไม่อยากฟัง!!!!!”
เสียงหวานตะคอกใส่อย่างเก็บอารมณ์ไม่อยู่....ภาพที่เขาเห็นและไม่มีวันลืมได้มันย้อนกลับมาทำให้เจ็บปวดอยู่ทุกครั้ง เห็นกับตาขนาดนั้นนายยังจะบอกว่าไม่มีอะไรอีกรึไง
“งั้นก็ไม่ต้องฟัง......”
“อะ....อื้ออออออออออ!!!” ร่างบางกว่าถูกกระชากเข้าหาอย่างไม่ทันตั้งตัว ริมฝีปากถูกกดเบียดลงมาอย่างไม่ปราณี บดคลึงให้เจ็บร้าวไปทั่วทั้งปาก แต่คนดื้อแพ่งอย่างดองวุคก็เม้มปากแน่นตามสันชาตญาณให้ระวังตัว
มือเรียวข้างนึงโอบรอบเอวบางเอาไว้ อีกข้างเลื้อยขึ้นมาบีบปลายคางเล็กให้คลายปากออกเปิดทางให้ลิ้นอุ่นชื้นไล้สัมผัส โหยหามานาน ละจากมันมานานมากแค่ไหนเขารู้แล้วก็ทรมานไปต่างกันเลยกับดองวุคที่รู้สึกอยู่ เรียวลิ้นเล็กพลันหลบไม่ให้อีกฝ่ายสัมผัส....แทบินจำต้องเปลี่ยนจากบีบปลายคางให้ไปกดท้ายทอยเล็กนั่นแทน ดองวุคไม่สามารถหนีสัมผัสได้อีกต่อไปจำต้องปล่อยให้แทบินเก็บกลืนความหอมหวานอย่างพอใจ ครั้งแล้วครั้งเล่า จนขาเริ่มรับน้ำหนักตัวเองไม่ไหว แทบินจูบทั้งประคองร่างของดองวุคลงไปนอนราบกับโซฟาชุดหรู ตามจูบอย่างไม่ยอมลดละ ในเมื่อไม่ยอมฟังเขาก็จะใช้วิธีนี้แหละ นานจนหายใจไม่ทันดองวุคก็ร้องครางอื้ออึงขออิสระ
“อือ......ฮ่า~” ใบหน้าขาวจัดแดงกล่ำขึ้นแข่งกับสีริมฝีปากที่อิ่มตึงเพราะแรงกดจูบ แทบินยังคงคร่อมร่างของคนตัวบางไว้กับโซฟาไม่ยอมปล่อย
“ฉัน.....เกลียดนาย เกลียดอิม แทบิน!”
“ก็เกลียดไปสิ...อยากรู้เหมือนกันว่าจะเกลียดฉันไปได้นานแค่ไหน” เสียงที่เผยถึงอำนาจความเป็นใหญ่พูดขึ้นให้ร่างทั้งร่างของดองวุคสั่นด้วยความโกรธ
“คนเลว!” เสียงเล็ดลอดผ่านออกจากปากที่ถูกกัดไว้เพราะแรงเดือด ปะทุให้อีกคนต้องเดือดขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้เหมือนกัน แรงกันทั้งคู่ แล้วเรื่องมันจะจบลงได้ยังไง
“ฉันเลวได้มากกว่านี้อีก.....”
“นายอยากจะจำอะไรก็จำไปไม่ต้องไปสนใจลบมัน....เดี๋ยวฉันจะสร้างความทรงจำให้นายใหม่จนความทรงจำเก่าๆนั่นมันหายไปเองให้หมด” คนพูด พูดอย่างมีอำนาจมากซะจนดองวุคคงเอาตัวรอดยาก การกลับมาเกาหลีของเขาคราวนี้ไม่สงบสุขซะแล้ว
....................
.........................
อเมริกา
“พี่แทยัง....ก็ช่วยติวให้ผมทีสิฮะ พรุ่งนี้ต้องสอบแล้วนะ ผมยังไม่เข้าใจเลย” ร่างเล็กวุ่นวายหอบหนังสือเดินตามรุ่นพี่ที่เขาแอบปลื้มอยู่จนเด็กหนุ่มสาวชาวต่างชาติต้องเหลียวมองตามด้วยความสนใจ
“เลิกวุ่นวายซะทีได้มั้ย.....อี ซึงฮยอน นี่มันห้องสมุดนะ” เด็กรุ่นน้องที่คอยตามวุ่นวายกับเขามาตลอด ยังคงไม่ละความพยายามที่จะเข้ามามีส่วนร่วมกับทุกอย่างที่เป็นตัวของเขา แม้กระทั่งในห้องสมุดที่เงียบสงบก็ยังคงมีเสียงเล็กๆตามวุ่นวายอยู่ไม่ยอมหยุด
“ผมบอกว่าผมชื่อซึงรี....ไม่ใช่อี ซึงฮยอนซะหน่อย” อีเป็นนามสกุลของแม่ที่เขาใช้ ส่วนซึงฮยอนเป็นชื่อที่เขากับพี่ชายมีเหมือนกัน เขาจึงมักจะถูกพ่อเรียกว่าซึงรีแทนซะมากกว่า ก็เล่นตั้งชื่อลูกเหมือนกันแบบนั้นมันก็วุ่นวายที่น้องคนเล็กอย่างเขานี่แหละ
“จะอะไรก็ช่างนั่นเป็นเรื่องของนาย......” เด็กหนุ่มพูดอย่างไม่สนใจในความรู้สึกของคนฟัง ซึงรีก้มหน้าก้มตาเงียบไม่พูดอะไรออกมาอีก เป็นอย่างงี้ทุกครั้งเลย พี่แทยังไม่เคยคิดที่จะเห็นใจเขาบ้างเลยสักนิด
“ขอโทษฮะ....ผมคงจะรบกวนพี่มากเกินไป” ซึงรีตัดสินใจเดินถอยห่างออกมาได้สักพัก คิดว่าแทยังคงจะหันกลับมามองหรือน่าจะรั้งเขาไว้บ้างแต่ก็เปล่าเลยสักนิด เพราะแทยังก็เอาแต่สนใจเลือกหาหนังสือในชั้นต่อไป ไม่แม้แต่จะปรายสายตามามองเขาเลยสักนิด
อย่าเพิ่งร้องไห้....ซึงรี นายอย่าร้องไห้ตอนนี้นะ
“อ้ะ!.....ซึงรีๆ ทางนี้เว่ยเพื่อน” เสียงทะเล้นๆที่ดังออกมาจากโต๊ะมุมติดหน้าต่างไม่ดังนักแต่ก็พอให้เขาได้ยินแล้วหันไปตามเสียงเรียก เห็นแดซองโบกมือให้อยู่ตรงนั้นก่อนจะเดินเข้าไปหา
“นายมาตามพี่แทยังอีกแล้วสิใช่มั้ย....” ถามตรงเกินไปหรือเปล่าวะแดซอง
“อืมมม......” ใบหน้าเล็กสลดลง...ซะจนเขาเองอดสงสารไม่ได้ ซึงรีแอบปลื้มรุ่นพี่แทยังมาตั้ง 1ปีกว่าๆแล้ว แต่ก็ไม่เคยได้รับความสนใจกลับมาบ้างเลย นอกจากท่าทางที่เหมือนคนจะรำคาญมากกว่า
“ไม่เหนื่อยบ้างรึไงวะ.......ฉันล่ะท้อแทนนายเลยจริงๆ” แดซองพูดพลางตบไหล่อย่างเห็นใจ แต่ซึงรีก็ทำได้แค่ยิ้มตอบให้เท่านั้น
เหนื่อยสิ เหนื่อยมากเลย......แต่เพราะใจมันไปไหนไม่ได้แล้ว มันยึดติดกับพี่เขาไปแล้ว ก็คงต้อพยายามต่อไปจนกว่าจะล้มมันไปตรงหน้านั่นแหละ
“พรุ่งนี้จะสอบแล้ว...อ่านหนังสือกันเถอะ” ซึงรีจงใจจะปิดบทสนทนาที่ชวนเจ็บปวดนั่นลงพร้อมกับเปิดหน้าหนังสือขึ้นมาอย่างตั้งใจ ทั้งๆที่ไม่มีสมาธิจะอ่านเลยแม้แต่น้อย
แดซองเห็นท่าทางอย่างนั้นแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจสงสารเพื่อน.....แต่ก็พยายามคิดที่จะหาทางช่วยเอาวะ ฉันจะช่วยนายเองซึงรี......เดี๋ยวฉันจะกลับไปค้นดูว่าในกระเป๋าของโดเรม่อนพอจะมีอะไรช่วยนายได้บ้าง
อืมๆ......ไปขอร้องให้โดเรม่อนช่วยดีกว่า
.........................
.....................................
ผับ YG
“เอาๆ....ไอ้หลานรักค่อยๆซดเด่ะเฮ้ย!.....ไม่พอใจอะไรมาวะเนี่ยห๊ะ” จีนูเจ้าของผับ YG นั่งมองลูกชายคนโตของฮงจุนรุ่นน้องคนสนิทและก็ถือว่าเป็นหลานของเขาคนนึงนั่งดื่มเหล้าอยู่ในมุมมืดของร้านคนเดียวไม่ยอมให้ใครมาวุ่นวายเกะกะสักคน ท่าทางจะยังไม่เข้าใจกับพ่อมันแน่ๆเลยเนี่ย
“ลุงฮะ.....คนเราเนี่ยมันจนตรอกขนาดที่จะต้องขายตัวกันเลยหรอฮะ” คำพูดอะไรที่เขาเองก็จับใจความได้ไม่มากนักว่าไอ้หลานรักของเขามันไปเอาอะไรมาพูด แต่ก็จำต้องตอบมันออกไปอย่างเลี่ยงไม่ได้เพราะสายตาที่มันมองมา.....ช๊ะ! เหมือนพ่อมันไม่มีผิด
“มันก็แล้วแต่คน....ถ้าคนที่เขาปากกัดตีนถีบหน่อยต่อให้จนตรอกแค่ไหนก็ไม่จำเป็นจะต้องมาขายตัวกันหรอก แต่ถ้ากับคนที่ไม่มีทางเลือกจริงๆก็ต้องทำล่ะ” จีนูให้เหตุผลไปก็สังเกตหลานชายไป เริ่มจะเมาได้ที่แล้วนะคงไม่รู้ตัวล่ะมั้งว่าพูดอะไรออกมา......โทรไปบอกพ่อมันดีมั้ยเนี่ย
“แล้วพวกที่หวังอยากจะรวยทางลัดล่ะฮะ.....จำเป็นต้องขายตัวด้วยหรือเปล่า” ควอน จียงนายจัดอยู่ในประเภทไหนกัน
“ไม่จำเป็นหรอก......เฮ้ย! ลุงว่าแกเมามากแล้วนะเนี่ย ให้โทรบอกการ์ดมารับมั้ย หรือบอกพ่อแกดี”
“ไม่ต้องฮะ...ผมไม่อยากยุ่งกับพ่อ ไม่อยากยุ่งกับใครทั้งนั้น” ร่างสูงยังคงซดเหล้าต่อไปอย่างไม่สนใจคนที่นั่งถอนหายใจอยู่ข้างๆ ใครว่าคนอย่าง ชเว ซึงอยอนจะเมาง่ายๆ
ถ้าเมาจริงคนที่เขากำลังมองอยู่ที่กำลังจะเดินเข้ามานั่นคงไม่ใช่ ควอน จียงสิใช่มั้ย
แต่ผิดถนัดเพราะทุกอย่างมันบอกชัดเจนเลยว่านั่นคือ ควอน จียงตัวจริงแน่ๆ เขาไม่ได้เมาสักนิดไม่เลย......
“ลุงฮะ......ผมขอจองห้องไว้หน่อยสิได้มั้ย” เสียงทุ้มพร่าเอ่ยขึ้นแข่งกับเสียงเพลง A-yo จนคนเป็นลุงคงได้ยินผิดไปจึงต้องถามซ้ำอีกครั้งว่าเมื่อกี้หลานชายมันพูดว่าอะไรนะ
“ผมขอจองห้องที่ดีที่สุดไว้ 1 ห้องนะฮะ เผื่อว่าผมจะเมาแล้วกลับไม่ได้น่ะ” คนเป็นลุงไม่ได้เห็นรอยยิ้มร้ายๆนั่น จึงได้พยักหน้าไปอย่างเข้าใจ เออก็ดีเหมือนกัน ดีกว่าปล่อยมันกลับทั้งๆที่เมา เดี๋ยวพ่อมันมาระเบิดร้านเอาอีก ไอ้เท็ดดี้แม่งยิ่งบ้าดีเดือดอยู่ด้วย เกิดมาพร้อมกับไอ้แทบินนี่ร้านคงได้เจ๊งกันไปใหญ่แน่ๆ
ฉันจะทำให้นายรู้ว่าสิ่งที่นายทำอยู่มันไม่ต่างอะไรจากการขายตัวหรอก.........ควอน จียง
“พี่ดองวุค....เมื่อไหร่จะมาสักที บอกให้มาพร้อมกันก็ไม่เชื่อ” คนตัวเล็กได้แต่บ่นพลางมองไปที่ประตูทางเข้าบ่อยครั้งท่ามกลางสายตาของคนที่เฝ้ามองอยู่ในอีกมุมนึงของร้าน
“มาคนเดียวหรอครับ....” เสียงเด็กหนุ่มมีฐานะเดินเข้ามานั่งลงข้างๆอย่างถือวิสาสะ จียงมองกลับไปอย่างไม่นึกจะสนใจต่อกรด้วย เด็กหนุ่มนั่นก็ได้แต่นั่งจ้องมองตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความสนใจ
“พี่ดื่มเป็นเพื่อนเอามั้ย?” จียงหันควับกลับมามอง พร้อมกับบอกขอบคุณเบาๆแต่ก็ไม่ได้สนใจอยู่ดี
“รอใครอยู่หรือไงครับ.....” เสียงเริ่มเมาได้ที่ของคนที่นั่งอยู่ข้างๆทำให้จียงชักจะเริ่มระวังตัวมากขึ้นทุกที เกรงว่าจะโดนทำอะไรเข้าให้
มือหยาบกร้านคว้าเข้าที่แขนเล็ก ก่อนจะเห็นรอยสักที่แขนบอกให้รู้ว่าคนตรงหน้านี่คงไม่ธรรมดาแน่ๆ ตัวเล็กบอบบางแค่นี้แต่เล่นมีรอยสักด้วยแสดงว่าต้องไม่ธรรมดา และก็ไม่ใช่พวกเด็กไร้เดียงสาแน่นอน
“ปล่อยผมนะ....” แต่เสียงเล็กๆหวานๆนี่..มันขัดกับรอยสักแมนๆนี่ซะจริงๆ ยิ่งทำให้คนถึงเนื้อถึงตัวอยู่ตอนนี้นึกอยากจะลองดีซะแล้ว
อั่ก!......
แรงหมัดเหวี่ยงเข้าไปที่ปลายคางของคนที่จับมือเขาไว้ทันทีอย่างไม่มีการเตือนก่อน คนที่เคยเป็นเด็กอันธพาลอย่างเขาใช้วีธีการต่อสู้อย่างที่เคยใช้มาเพื่อปกป้องตัวเอง จนคนที่ล้มลงไปกับพื้นเงยหน้าขึ้นมอง พร้อมจะเอาเรื่องคนตัวเล็กที่ยังยืนอยู่ในท่าเตรียมพร้อมเต็มที่
จียงหลบหมัดที่สวนมาได้อย่างหวุดหวิดแต่ก่อนที่ชายคนนั้นจะเหวี่ยงหมัดใส่เขาอีกครั้งก็ถูกรั้งไว้ด้วยแขนใหญ่ของร่างสูงที่จียงคุ้นเคยดีซะก่อน
ชเว ซึงฮยอน!!
....................
.............................
To Be Con.
****************
เรื่องเก่ายังไม่ชำระเรื่องใหม่ก็งอกออกมาอีก -*-
นั่งเขียนสดๆร้อนๆเลย เพิ่งเสร็จแล้วก็ลงซะ
เมื่อคืนเพิ่งคุยกับน้องเรียว(Ryou)Holi-Holinez มา
อยู่ๆน้องเรียวก็ปลุกให้คิดอะไรดีๆออก
มันเลยกลายมาเป็นฟิคเรื่องนี้อ่ะคับ....
น้องเรียวพี่บอกว่าจะให้เครดิตน่ะ พี่ให้แล้วนะ ต้องขอบคุณมากๆเลยนะคับ 55++
เรื่องนี้เขียนเร็วเกินไปไม่รู้จะมีคนถูกใจหรือเปล่า
ยังไงก็ฝากติชมได้นะคับ ส่วน อีกสองเรื่องที่เหลือก็ยังพยายามแต่งอยู่ต่อไป
ขอบคุณที่อ่านคับ เพราะคงไม่มีคอมเมนท์ตามเคย 55++
ตัวละครเริ่มผุดขึ้นมาเยอะเลยแฮะ....
นี่ผมกำลังขุดหลุมฝังตัวเองอยู่หรือเปล่าหว่า
edit @ 14 May 2008 15:26:50 by Bapeboyz>>T.O.P
edit @ 28 May 2008 10:30:14 by Bapeboyz>>T.O.P
edit @ 28 May 2008 10:32:58 by Bapeboyz>>T.O.P

(ห้ามเม้นหรอ?)
อ่านแล้วอ่านอีก
55 5 5 55 555 55 5 5
.
.
.
.
.
.
เทมมันหล่อออออออ
รักลูกชายพี่เจงๆ
เอิ๊กๆ
จุ๊บ เทม -3-
^^
#1 By db-toon (118.174.70.81) on 2008-05-25 16:09