[SF] Hot Issue (1.1/2) [Temp*GD]
posted on 28 May 2008 03:32 by bojae-shinki
หมวกของป๋าอิม แทบิน
.
.
.
.
.
หมวกของควอน จียง มันตั้งใจเหมือน หรือว่าที่จริงแล้วมันอาจจะเป็นอันเดียวกัน (หรอ?)
.
.
.
.
.
.
.
.
.
Title: [SF] Hot Issue (1.1/2)
Part: กางเกง (จียง) เป็นเหตุ
Author: Shin-Dragon
Paring: Tempo*G-dragon
Genre: Comedy (มั้ง)
Rate: NC-17 (ยังไม่เกิดขึ้น)
ข้อแม้!!
ข้อแม้คืออะไร?
อย่ามาพูดแล้วยิ้มแบบนั้นนะเว่ย เดี๋ยวปั๊ดต่อยหมดหล่อซะนี่....ริอาจจะมีข้อแม้....... ฝันไปเหอะ ระดับควอน จียงอยากจะใส่ก็ต้องได้ใส่ ข้อมงข้อแม้อะไรไม่สนใจทั้งนั้นน่ะ!!
“เดี๋ยว....จะไปไหน?” ฉลาดจังนะ พอพูดแค่นี้ก็ระวังเนื้อระวังตัวขึ้นมาเชียว อย่าหวังว่าจะรอดเลย ชเว ซึงฮยอนไม่ยอมเสียเปล่าแน่ๆ ของแบบนี้ต้องต่างคนต่างได้เว่ยคับ
“ก็จะเอากางเกงไปเก็บ...ทำไม! อย่าบอกนะว่าเปลี่ยนใจ ฉันไม่ยอมจริงๆด้วย” ผมเกือบหลุดขำกับท่าทางไม่ยอมของจียงไปแหน่ะ.....ไหนอวดนักอวดหนาว่าตัวเองแมนโคตรๆ กะอีท่าไม่ยอมจริงๆด้วยเนี่ย ทำไมมันถึงได้น่ารักแบบนั้นน่ะ ไม่เห็นเหมือนผู้ชายทั่วไปเขาทำกันเลย ปากหวานๆเชิดขึ้น รั้นซะจนอยากจะจูบให้ขยับพูดไม่ได้จริงๆ
“ตกลงข้อแม้กันก่อน” ผมดึงเอาร่างเล็กๆนั่นล้มลงมากอดซบอกอีกที หลังจากที่เจ้าตัวลุกขึ้นจะหนีเอากางเกงไปเก็บจริงๆอย่างที่พูด
“เฮ้ย!....ก็ลุกมาพูดดีๆได้มั้ยเล่า ทำไมต้องจับมาซบแบบนี้ด้วย” ร่างเล็กดิ้นขยุกขยิกแต่แรงมือของคนที่มีกำลังเหนือกว่าก็ข่มได้อยู่หมัดเหมือนเดิม ได้ยินแต่เสียงถอนหายใจของจียงที่พ่นออกมาอย่างจำยอม เท่านั้นซึงฮยอนก็มองเห็นชัยชนะใสสะอาดอยู่ตรงหน้าแล้ว
“ก็ฉันชอบแบบนี้...” ห๊ะ!!..............น้อยๆหน่อยชเว ซึงฮยอนเล่นมาพูดหน้าตายทั้งๆที่บังคับกอดคนอื่นชัดๆ ยังจะพูดว่าชอบได้อีกนะ
ว่าแล้วก็ทุบมันสักทีเหอะไอ้อกหนาๆเนี่ย............................แมร่ม อุ่นชะมัดเลยวุ้ย! เกลียดที่แค่ซบอกมันก็พาลจะมีความสุขขึ้นมาซะเฉยๆ เกลียดหน้าหล่อๆของมันด้วยที่มองทีไรก็หวั่นไหว เกลียดที่มันโง่เกินความจำเป็นแล้วก็เลือกฉลาดได้ไม่ถูกเวลานี่อีก......
เกลียด..............แต่ก็รักมันที่สุดในโลกเลย(?)
“มันเจ็บนะ...ทุบลงมาได้ มือนี่ไม่ใช่เบาๆนะเนี่ย” มือหนากำรอบข้อมือเล็กที่เพิ่งประทุษร้ายตนไปหยกๆ ว่าไปอย่างนั้นแต่ก็ยังอดยิ้มกับการกระทำของจียงไม่ได้สักที
ผมบอกแล้วว่าควอน จียงน่ารัก
“อย่าเปลี่ยนเรื่อง....ถ้าขืนยังลุ่มล่ามอีกจะซัดให้ปากช้ำเลย” ขนาดตอนขู่ก็ยังน่ารัก แยกเขี้ยว แยกฟันใส่ ใครมันจะไปกลัวลง มีกระจกมั้ยคับ....ให้เขาเอาไปส่องดูทีว่าที่ทำอยู่น่ะมันน่ารักขนาดไหน จียงนะจียง.......วันๆนึงไม่น่ารักสักนาทีจะหายใจไม่ออกหรือไงวะคับ
“ใจร้ายขนาดนั้นเชียว...ถ้าปากช้ำก็อดจูบน่ะสิ” หล่อก็ใช่ โง่ก็ยิ่งใช่ใหญ่ แถมยังหน้าด้านพูดโต้งๆได้อีก จูบเจิบอะไรกัน...........มาพูดในสถานการณ์กำลังคับขันแบบนี้ ควอน จียงเสียวไส้นะเว้ย!
“อย่ามาเล่นลิ้น...เดี๋ยวมีเจ็บจริง!”
“ง่ะ....ทุกทีก็เล่นไม่เห็นเป็นไรเลย”
เดี๋ยวก่อน..............
อะไร? ......................
“ไอ้ที่บอกว่าทุกทีก็เล่นนี่มันหมายความว่ายังไง? จงอธิบายให้เข้าใจภายในสองวินาที...........ปฏิบัติ!!”
“ก็เวลาจูบกันทุกทีก็เล่นไม่ใช่รึไง...ยังจะมาทำหน้าสงสัยอีก”
ตู้ม!!............พอใจในคำตอบมั้ย ควอน จียง จะหน้าแดงเพราะโกรธมันหรืออายมันดี....ว้อย! ขนาดตั้งใจว่ามันก็แล้ว ขู่ก็แล้ว.................
มันยังคิดเอาตัวรอดด้วยวิธินี้ได้!!!!!!
Part: กางเกง (จียง) เป็นเหตุ
Author: Shin-Dragon
Paring: Tempo*G-dragon
Genre: Comedy (มั้ง)
Rate: NC-17 (ยังไม่เกิดขึ้น)
ข้อแม้!!
ข้อแม้คืออะไร?
อย่ามาพูดแล้วยิ้มแบบนั้นนะเว่ย เดี๋ยวปั๊ดต่อยหมดหล่อซะนี่....ริอาจจะมีข้อแม้....... ฝันไปเหอะ ระดับควอน จียงอยากจะใส่ก็ต้องได้ใส่ ข้อมงข้อแม้อะไรไม่สนใจทั้งนั้นน่ะ!!
“เดี๋ยว....จะไปไหน?” ฉลาดจังนะ พอพูดแค่นี้ก็ระวังเนื้อระวังตัวขึ้นมาเชียว อย่าหวังว่าจะรอดเลย ชเว ซึงฮยอนไม่ยอมเสียเปล่าแน่ๆ ของแบบนี้ต้องต่างคนต่างได้เว่ยคับ
“ก็จะเอากางเกงไปเก็บ...ทำไม! อย่าบอกนะว่าเปลี่ยนใจ ฉันไม่ยอมจริงๆด้วย” ผมเกือบหลุดขำกับท่าทางไม่ยอมของจียงไปแหน่ะ.....ไหนอวดนักอวดหนาว่าตัวเองแมนโคตรๆ กะอีท่าไม่ยอมจริงๆด้วยเนี่ย ทำไมมันถึงได้น่ารักแบบนั้นน่ะ ไม่เห็นเหมือนผู้ชายทั่วไปเขาทำกันเลย ปากหวานๆเชิดขึ้น รั้นซะจนอยากจะจูบให้ขยับพูดไม่ได้จริงๆ
“ตกลงข้อแม้กันก่อน” ผมดึงเอาร่างเล็กๆนั่นล้มลงมากอดซบอกอีกที หลังจากที่เจ้าตัวลุกขึ้นจะหนีเอากางเกงไปเก็บจริงๆอย่างที่พูด
“เฮ้ย!....ก็ลุกมาพูดดีๆได้มั้ยเล่า ทำไมต้องจับมาซบแบบนี้ด้วย” ร่างเล็กดิ้นขยุกขยิกแต่แรงมือของคนที่มีกำลังเหนือกว่าก็ข่มได้อยู่หมัดเหมือนเดิม ได้ยินแต่เสียงถอนหายใจของจียงที่พ่นออกมาอย่างจำยอม เท่านั้นซึงฮยอนก็มองเห็นชัยชนะใสสะอาดอยู่ตรงหน้าแล้ว
“ก็ฉันชอบแบบนี้...” ห๊ะ!!..............น้อยๆหน่อยชเว ซึงฮยอนเล่นมาพูดหน้าตายทั้งๆที่บังคับกอดคนอื่นชัดๆ ยังจะพูดว่าชอบได้อีกนะ
ว่าแล้วก็ทุบมันสักทีเหอะไอ้อกหนาๆเนี่ย............................แมร่ม อุ่นชะมัดเลยวุ้ย! เกลียดที่แค่ซบอกมันก็พาลจะมีความสุขขึ้นมาซะเฉยๆ เกลียดหน้าหล่อๆของมันด้วยที่มองทีไรก็หวั่นไหว เกลียดที่มันโง่เกินความจำเป็นแล้วก็เลือกฉลาดได้ไม่ถูกเวลานี่อีก......
เกลียด..............แต่ก็รักมันที่สุดในโลกเลย(?)
“มันเจ็บนะ...ทุบลงมาได้ มือนี่ไม่ใช่เบาๆนะเนี่ย” มือหนากำรอบข้อมือเล็กที่เพิ่งประทุษร้ายตนไปหยกๆ ว่าไปอย่างนั้นแต่ก็ยังอดยิ้มกับการกระทำของจียงไม่ได้สักที
ผมบอกแล้วว่าควอน จียงน่ารัก
“อย่าเปลี่ยนเรื่อง....ถ้าขืนยังลุ่มล่ามอีกจะซัดให้ปากช้ำเลย” ขนาดตอนขู่ก็ยังน่ารัก แยกเขี้ยว แยกฟันใส่ ใครมันจะไปกลัวลง มีกระจกมั้ยคับ....ให้เขาเอาไปส่องดูทีว่าที่ทำอยู่น่ะมันน่ารักขนาดไหน จียงนะจียง.......วันๆนึงไม่น่ารักสักนาทีจะหายใจไม่ออกหรือไงวะคับ
“ใจร้ายขนาดนั้นเชียว...ถ้าปากช้ำก็อดจูบน่ะสิ” หล่อก็ใช่ โง่ก็ยิ่งใช่ใหญ่ แถมยังหน้าด้านพูดโต้งๆได้อีก จูบเจิบอะไรกัน...........มาพูดในสถานการณ์กำลังคับขันแบบนี้ ควอน จียงเสียวไส้นะเว้ย!
“อย่ามาเล่นลิ้น...เดี๋ยวมีเจ็บจริง!”
“ง่ะ....ทุกทีก็เล่นไม่เห็นเป็นไรเลย”
เดี๋ยวก่อน..............
อะไร? ......................
“ไอ้ที่บอกว่าทุกทีก็เล่นนี่มันหมายความว่ายังไง? จงอธิบายให้เข้าใจภายในสองวินาที...........ปฏิบัติ!!”
“ก็เวลาจูบกันทุกทีก็เล่นไม่ใช่รึไง...ยังจะมาทำหน้าสงสัยอีก”
ตู้ม!!............พอใจในคำตอบมั้ย ควอน จียง จะหน้าแดงเพราะโกรธมันหรืออายมันดี....ว้อย! ขนาดตั้งใจว่ามันก็แล้ว ขู่ก็แล้ว.................
มันยังคิดเอาตัวรอดด้วยวิธินี้ได้!!!!!!
เห็นมั้ยล่ะ ผมบอกแล้วว่าเทมโปมันเลือกฉลาดไม่ถูกเวลา ว่าแต่ว่าผมจะเลือกชกมันตรงไหนดี? เอามุมปากมันดีมั้ยชอบยิ้มกวนๆนัก หรือเล็งมันส่วนบนดีจะได้โดนจมูกโด่งๆของมันไปด้วย เอาให้เลือดกำเดาไหลมากลบกับเลือดปากเลย
มือเล็กอีกข้างเตรียมจะจัดการคนที่นอนทำหน้ายียวนกวนเส้นเลือดตรงส้นเท้าให้กระตุก แต่ยังไม่ทันจะโคจรลงตรงเป้าหมายที่ตั้งไว้ร่างเล็กกว่าก็ถูกจับพลิกนอนหงายแทนที่ร่างสูง ที่ตอนนี้เปลี่ยนมาคร่อมร่างบางๆเอาไว้ได้ทั้งตัวแล้ว เป็นแบบนี้ก็จบเลยสิคับ
“ข้อแม้........ฉันยอมให้นายใส่กางเกงตัวนี้ก็ได้แต่......................” ริมฝีปากบางเม้มแน่น ลมหายใจแทบสะดุดเมื่ออีกคนจงใจพูดชิดกับกลีบปากบางๆ ซึงฮยอนหล่อไกลๆก็แย่แล้ว นี่มาหล่อติดหน้าติดตากันแบบนี้ ใครมันจะไปหายใจทันกันวะ
“@!*//…………….%”
เสียงกระซิบเลื่อนจากกลีบปากนุ่มมายังใบหูขาวสะอาดของคนที่นอนแน่นิ่งอยู่ ใครๆก็ว่าเสียงกระซิบมันเบาซะแทบจะไม่ได้ยิน แต่ผมกลับได้ยินมันชัดเจนเลย แถมมันยัง Repeat อัตโนมัติอีกด้วย
ไม่!!!!!!!!!!!!!
ควอน จียงไม่ยอมเด็ดขาดเลย..............เสียเปรียบชัดๆ ไม่เอาอ่ะ......ไม่ยอมนะเว่ย
“ไม่ทำอ่ะ.....ลุกออกไปเลยนะ...............นี่!!” เสียงเล็กร้องใส่อย่างเด็กดื้อมือที่หนากว่าเลยรวบข้อมือทั้งสองข้างไว้เหนือศีรษะ ไม่ให้มาทำร้ายร่างกายเขาอีก
“พูดน่ะก็ฟังกันบ้างสิ.....” ผมลงเสียงเข้มไปเต็มความรู้สึก เชื่อมั้ยล่ะว่าจียงหยุดดิ้นเหมือนเด็กลงไปถนัดเลย
ตาเรียวเล็กจ้องมองไปที่กางเกงตัวปัญหาที่กองอยู่ไม่ไกลจากตัวคนทั้งสอง คิ้วเริ่มขมวดมุ่นให้ได้รู้ว่าคนตัวเล็กกำลังใช้ความคิดอย่างหนัก ชั่งใจว่าควรจะใส่มันดีมั้ย ถ้าไม่ใส่ก็ไม่ใช่จียงอ่ะ เพราะคนอย่างจียงอยากใส่ก็ต้องได้ใส่ แต่ถ้าใส่ก็ต้องแลกกับข้อแม้ของไอ้หล่อตัวเป้งนี่................เอาไงดีวะ?
ผมมองตามดวงตาทั้งคู่ที่เพ่งมองไปยังกางเกงขาดๆแต่มีสไตล์ตัวนั้น จริงๆมันก็ไม่ได้มากมายอะไรถ้าผมจะยอมให้ใส่ง่ายๆ ไอ้หึง หวงน่ะมันก็แน่อยู่แล้ว แต่วางใจเถอะว่าผมไม่ได้ตั้งใจจะเอามันมาเป็นปัญหาให้คนรักของผมต้องคิดมากแบบนี้ ผมรู้ดีว่าจียงเป็นคนยังไง ไอ้รอยขาดๆที่ถี่ๆแบบนั้นเห็นไม่มากไม่มายนักหรอก แค่วับๆแวมๆอย่างที่ไอ้ยองแบมันพูดจริงๆ......แต่ก็บอกแล้วไงเพราะว่าผมรู้จักคนอย่างควอน จียงดี ผมถึงต้องมีข้อแม้มาแลกเปลี่ยนน่ะ
“โห.....คิดยังไงเนี่ยพี่....ถึงได้เอาหัวไปโหม่งอ่างกุชชี่เล่นแบบนั้นอ่ะ เจ็บมากมั้ย?” คัง แดซองที่นั่งอยู่ใกล้ๆช่วยทายาลงบนรอยปูดที่นูนขึ้นบนหัวที่เกือบจะเรียกว่าเกรียนของคนเป็นพี่อย่างเบามือ ระวังไม่ให้มือลงน้ำหนักมากไป เพราะเดี๋ยวพี่ยองแบแหกปากขึ้นมาแดซองได้ตายก่อนเจอโดเรม่อนแน่ๆ
น้องเล็กอีกคนที่นั่งหัวเราะคิกคักๆอยู่ทำให้ยองแบต้องเหลือบตามองอย่างสงสัย ตาแพนด้าแบบนั้นเวลาหัวเราะนี่ก็แทบจะไม่เห็นเลยเหมือนกันว่ามีตาอยู่ คงจะขำมากมายกับอะไรบางอย่างถึงได้หัวเราะตาปิดขนาดนั้น
“อ่างกุชชี่มันก็อยู่ของมัน คนเรานี่ก็บ้าเนอะ...อยู่ๆเอาหัวไปโหม่งเล่นให้เจ็บซะงั้น ไอ้เราก็นึกว่าเป็นอะไร ให้ตายเถอะ.....พี่เครียดกับการโซโล่เดี่ยวขนาดนั้นเลยหรอคับ.....ฮ่าๆๆๆ” ไอ้มักเน่....ที่เคยเอ็นดู เคยรัก เคยทะนุถนอมมันมา.....นได้เดบิวต์ด้วยกันเนี่ย มันไม่เคยซึ้งไม่พอ.....มันยังจะกล้าเหยียบซ้ำเวลาที่เราเจ็บแบบนี้อีก รู้งี้น่าจะหักคอกินตั้งแต่มันเข้ามาแรกๆแล้ว ฮึ้ย!!
“เฮ้ย...มักเน่นายก็พูดเกินไปสงสารพี่เขามั่งดิ เห็นมั้ยหัวปูดแล้วเนี่ย....ฮ่าๆๆๆ” ขอบใจมากแดซอง ขอบใจที่ปลอบฉันแล้วก็ช่วยสั่งสอนมักเน่มันให้
แต่แกจะประสานเสียงหัวเราะกับมัน..............เพื่อ?
……………..
………………………..
และแล้วก็ถึงวันเปิดตัวกางเกงเจ้าปัญหาของควอน จียง
“ในที่สุดก็ตัดสินใจใส่มาจนได้นะ” ร่างสูงที่ขึ้นมานั่งรอในรถอยู่คนแรกเอ่ยทักคนที่ตามเข้ามานั่งข้างๆ แต่จียงก็ยังเชิดหน้าไม่สนใจ ก็บอกแล้วว่าควอน จียงซะอย่าง อยากทำก็ต้องได้ทำ อยากใส่ก็ต้องได้ใส่
ร่างสูงจับจ้องคนที่เข้ามานั่งลงอย่างสนใจ เสน่ห์ของควอน จียงที่เห็นเท่าไหร่ก็เรียกให้ดวงตาคมทั้งคู่ต้องจับมองอย่างไม่อยากกระพริบตาได้ทุกครั้ง หมวกสีดำรูปดาวสีขาวที่พี่แทบินยกให้จียงตั้งแต่เริ่มเดบิวต์ ถูกสวมออกงานอีกครั้ง พร้อมกับแว่นกรอบดำธรรมดาที่ถูกใส่แทนแว่นสีสันเจ็บแสบ เข็มขัดสีเหลืองอร่ามพร้อมกับรองเท้าของไนกี้ที่เจ้าตัวเป็นคนออกแบบเองก็ยังเป็นสีเหลืองเช่นกันกับเข็มขัด เชือกรองเท้าอีกข้างเป็นสีน้ำเงิน ดูทั้งเนื้อทั้งตัวตั้งแต่หัวจรดเท้าแล้ว ควอน จียงแนวได้อย่างน่ามองมากๆเลย โดยเฉพาะ กางเกงขาดโชว์ขาอ่อนนั่น
มือเล็กอีกข้างเตรียมจะจัดการคนที่นอนทำหน้ายียวนกวนเส้นเลือดตรงส้นเท้าให้กระตุก แต่ยังไม่ทันจะโคจรลงตรงเป้าหมายที่ตั้งไว้ร่างเล็กกว่าก็ถูกจับพลิกนอนหงายแทนที่ร่างสูง ที่ตอนนี้เปลี่ยนมาคร่อมร่างบางๆเอาไว้ได้ทั้งตัวแล้ว เป็นแบบนี้ก็จบเลยสิคับ
“ข้อแม้........ฉันยอมให้นายใส่กางเกงตัวนี้ก็ได้แต่......................” ริมฝีปากบางเม้มแน่น ลมหายใจแทบสะดุดเมื่ออีกคนจงใจพูดชิดกับกลีบปากบางๆ ซึงฮยอนหล่อไกลๆก็แย่แล้ว นี่มาหล่อติดหน้าติดตากันแบบนี้ ใครมันจะไปหายใจทันกันวะ
“@!*//…………….%”
เสียงกระซิบเลื่อนจากกลีบปากนุ่มมายังใบหูขาวสะอาดของคนที่นอนแน่นิ่งอยู่ ใครๆก็ว่าเสียงกระซิบมันเบาซะแทบจะไม่ได้ยิน แต่ผมกลับได้ยินมันชัดเจนเลย แถมมันยัง Repeat อัตโนมัติอีกด้วย
ไม่!!!!!!!!!!!!!
ควอน จียงไม่ยอมเด็ดขาดเลย..............เสียเปรียบชัดๆ ไม่เอาอ่ะ......ไม่ยอมนะเว่ย
“ไม่ทำอ่ะ.....ลุกออกไปเลยนะ...............นี่!!” เสียงเล็กร้องใส่อย่างเด็กดื้อมือที่หนากว่าเลยรวบข้อมือทั้งสองข้างไว้เหนือศีรษะ ไม่ให้มาทำร้ายร่างกายเขาอีก
“พูดน่ะก็ฟังกันบ้างสิ.....” ผมลงเสียงเข้มไปเต็มความรู้สึก เชื่อมั้ยล่ะว่าจียงหยุดดิ้นเหมือนเด็กลงไปถนัดเลย
ตาเรียวเล็กจ้องมองไปที่กางเกงตัวปัญหาที่กองอยู่ไม่ไกลจากตัวคนทั้งสอง คิ้วเริ่มขมวดมุ่นให้ได้รู้ว่าคนตัวเล็กกำลังใช้ความคิดอย่างหนัก ชั่งใจว่าควรจะใส่มันดีมั้ย ถ้าไม่ใส่ก็ไม่ใช่จียงอ่ะ เพราะคนอย่างจียงอยากใส่ก็ต้องได้ใส่ แต่ถ้าใส่ก็ต้องแลกกับข้อแม้ของไอ้หล่อตัวเป้งนี่................เอาไงดีวะ?
ผมมองตามดวงตาทั้งคู่ที่เพ่งมองไปยังกางเกงขาดๆแต่มีสไตล์ตัวนั้น จริงๆมันก็ไม่ได้มากมายอะไรถ้าผมจะยอมให้ใส่ง่ายๆ ไอ้หึง หวงน่ะมันก็แน่อยู่แล้ว แต่วางใจเถอะว่าผมไม่ได้ตั้งใจจะเอามันมาเป็นปัญหาให้คนรักของผมต้องคิดมากแบบนี้ ผมรู้ดีว่าจียงเป็นคนยังไง ไอ้รอยขาดๆที่ถี่ๆแบบนั้นเห็นไม่มากไม่มายนักหรอก แค่วับๆแวมๆอย่างที่ไอ้ยองแบมันพูดจริงๆ......แต่ก็บอกแล้วไงเพราะว่าผมรู้จักคนอย่างควอน จียงดี ผมถึงต้องมีข้อแม้มาแลกเปลี่ยนน่ะ
“โห.....คิดยังไงเนี่ยพี่....ถึงได้เอาหัวไปโหม่งอ่างกุชชี่เล่นแบบนั้นอ่ะ เจ็บมากมั้ย?” คัง แดซองที่นั่งอยู่ใกล้ๆช่วยทายาลงบนรอยปูดที่นูนขึ้นบนหัวที่เกือบจะเรียกว่าเกรียนของคนเป็นพี่อย่างเบามือ ระวังไม่ให้มือลงน้ำหนักมากไป เพราะเดี๋ยวพี่ยองแบแหกปากขึ้นมาแดซองได้ตายก่อนเจอโดเรม่อนแน่ๆ
น้องเล็กอีกคนที่นั่งหัวเราะคิกคักๆอยู่ทำให้ยองแบต้องเหลือบตามองอย่างสงสัย ตาแพนด้าแบบนั้นเวลาหัวเราะนี่ก็แทบจะไม่เห็นเลยเหมือนกันว่ามีตาอยู่ คงจะขำมากมายกับอะไรบางอย่างถึงได้หัวเราะตาปิดขนาดนั้น
“อ่างกุชชี่มันก็อยู่ของมัน คนเรานี่ก็บ้าเนอะ...อยู่ๆเอาหัวไปโหม่งเล่นให้เจ็บซะงั้น ไอ้เราก็นึกว่าเป็นอะไร ให้ตายเถอะ.....พี่เครียดกับการโซโล่เดี่ยวขนาดนั้นเลยหรอคับ.....ฮ่าๆๆๆ” ไอ้มักเน่....ที่เคยเอ็นดู เคยรัก เคยทะนุถนอมมันมา.....นได้เดบิวต์ด้วยกันเนี่ย มันไม่เคยซึ้งไม่พอ.....มันยังจะกล้าเหยียบซ้ำเวลาที่เราเจ็บแบบนี้อีก รู้งี้น่าจะหักคอกินตั้งแต่มันเข้ามาแรกๆแล้ว ฮึ้ย!!
“เฮ้ย...มักเน่นายก็พูดเกินไปสงสารพี่เขามั่งดิ เห็นมั้ยหัวปูดแล้วเนี่ย....ฮ่าๆๆๆ” ขอบใจมากแดซอง ขอบใจที่ปลอบฉันแล้วก็ช่วยสั่งสอนมักเน่มันให้
แต่แกจะประสานเสียงหัวเราะกับมัน..............เพื่อ?
……………..
………………………..
และแล้วก็ถึงวันเปิดตัวกางเกงเจ้าปัญหาของควอน จียง
“ในที่สุดก็ตัดสินใจใส่มาจนได้นะ” ร่างสูงที่ขึ้นมานั่งรอในรถอยู่คนแรกเอ่ยทักคนที่ตามเข้ามานั่งข้างๆ แต่จียงก็ยังเชิดหน้าไม่สนใจ ก็บอกแล้วว่าควอน จียงซะอย่าง อยากทำก็ต้องได้ทำ อยากใส่ก็ต้องได้ใส่
ร่างสูงจับจ้องคนที่เข้ามานั่งลงอย่างสนใจ เสน่ห์ของควอน จียงที่เห็นเท่าไหร่ก็เรียกให้ดวงตาคมทั้งคู่ต้องจับมองอย่างไม่อยากกระพริบตาได้ทุกครั้ง หมวกสีดำรูปดาวสีขาวที่พี่แทบินยกให้จียงตั้งแต่เริ่มเดบิวต์ ถูกสวมออกงานอีกครั้ง พร้อมกับแว่นกรอบดำธรรมดาที่ถูกใส่แทนแว่นสีสันเจ็บแสบ เข็มขัดสีเหลืองอร่ามพร้อมกับรองเท้าของไนกี้ที่เจ้าตัวเป็นคนออกแบบเองก็ยังเป็นสีเหลืองเช่นกันกับเข็มขัด เชือกรองเท้าอีกข้างเป็นสีน้ำเงิน ดูทั้งเนื้อทั้งตัวตั้งแต่หัวจรดเท้าแล้ว ควอน จียงแนวได้อย่างน่ามองมากๆเลย โดยเฉพาะ กางเกงขาดโชว์ขาอ่อนนั่น
“ผมชอบกางเกงพี่จียงอ่ะ....” น้องเล็กเอ่ยปากชมหลังจากที่ขึ้นรถมาเป็นคนที่สาม....แล้วนั่งลงขนาบข้างจียงอีกฝั่งนึง
ชเว ซึงฮยอนเกลียดรถตู้กับพื้นที่นั่งด้านหลังว่ะคับ...จะกว้างไปไหน แล้วทำไมมันต้องทำให้นั่งได้มากกว่าสองคนด้วยไม่เข้าใจ แต่ที่จริงแล้วทำไมผมถึงไม่เลือกนั่งเบาะหน้าที่มันนั่งได้สองคนล่ะวะ แมร่มมาคิดตอนนี้แล้วมันจะไปทันกินอะไร แดซองกับยองแบนั่งไปแล้วเรียบร้อย อีกเบาะที่นั่งเดี่ยวก็เป็นของผู้จัดการวง อันนั้นไม่เกี่ยวไม่สน
“จริงหรอ....พี่ก็ชอบเหมือนกัน เท่ดีใช่มั้ย?” คนสองคนหันไปพูดคุยกันหงุงหงิงน่ารัก มักเน่น่ะหรอน่ารัก......ไอ้เด็กจองล้างจองผลาญนั่นไม่น่ารักในสายตาผมหรอกคับ มันต้องเด็กดื้อด้านแบบควอน จียงนี่ ขนาดให้ข้อแม้ไปก็ยังไม่สะทกสะท้านเลย กล้าใส่มันมาแล้วแบบนี้ แสดงว่าเตรียมตัวรับกับข้อแม้แล้วแน่ๆใช่มั้ย
“ตรงนี้ก็ขาด..................ตรงนี้ก็ขาด”
เฮ่ย!........ไอ้เด็กเปรต!!!
ว่าเฉยๆไม่พอ....ทำไมต้องเอานิ้วไปจิ้มขาขาวๆของจียงตามรอยขาดๆนั่นด้วย แมร่ม! เผลอคิดอะไรแปบเดียวมันก็ถือโอกาสจ้วงเอาๆซะแล้ว
“เฮ้ยๆ.....มากไปแล้ว อย่ามาจิ้มเหมือนเป็นของเล่นสิเฟ้ย” มือใหญ่ปัดมือคนเป็นน้องออกอย่างหึงหวง ซึงรีเหลือบตาแพนด้าขึ้นมอง
“พี่จะหวงอะไรนักเนี่ย....ปกติผมก็เล่นกับพี่จียงบ่อยจะตายไป....เนอะ” ท้ายประโยคหันไปเนอะแนะกับจียง เล่นบ่อย....เล่นบ่อยงั้นหรอ ไอ้จิ้มขาขาวๆของจียงน่ะนะที่เล่นกันบ่อยๆ
เฮ้ย! ต่อไปนี้ไม่ได้....ปล่อยให้อยู่ด้วยกันไม่ได้แล้ว เกิดไอ้มักเน่ร้อนรนจับกดจียงขึ้นมา.....ไอ้เทมป์ก็ตายห่านสิเว่ยไอ้มักเน่มันยิ้มไม่เท่าไหร่แต่คนที่นั่งข้างๆผมเนี่ยยิ้มรับแบบนั้นมันท้าทายอารมณ์ของชเว ซึงฮยอนมากไป ไม่ได้.....ปล่อยเอาไว้แบบนี้ไม่ดีแน่
“เปลี่ยนที่กันหน่อยสิ”
“อะไรอีกเล่า...นั่งเฉยๆได้มั้ย”
“อย่าทำตัวมีปัญหา....แค่กางเกงยังไม่พอใช่มั้ย?” ไอ้หล่อนี่!!.......มันชักจะพาลมากไปแล้วนะ หาว่าเขาทำตัวมีปัญหาเหมือนกางเกงหรอ
“นี่...ชเว ซึงฮยอนรู้แล้วว่ารัก ว่าหวงแต่ช่วยเก็บอาการหน่อยได้มั้ย” นี่กล้าพูดแล้วนะเนี่ยทั้งๆที่เขินจะแย่ละ ซึงรีมันกลั้นยิ้มพออกพอใจใหญ่แล้ว ดีที่ไอ้สองตัวข้างหน้ามันเอาหัวซบกันหลับไม่งั้นคงได้ยินด้วยแน่ๆ
“ก็รู้แล้วยังทำ?”
จิ๊....ไม่รู้จะพูดอะไรแล้ว ว่ามันทีไรก็จนมุมมันทุกครั้ง จำต้องยอมแลกที่นั่งกับมันน่ะสิ ดูมันยิ้มเข้าไม่อยากมองหน้าแล้ว....................เขินโว้ย!!
“แหมๆ...แค่น้องจับนิดจับหน่อยก็ไม่ได้เลยนะ” ซึงรีอดแซวไม่ได้เมื่อร่างสูงใหญ่มานั่งแทนที่พี่ชายสุดที่รักอีกคน
“ฟัง MD ไปเลยไป....อย่าพูดมาก” มือหนาจัดการจับหูฟังที่กองอยู่ตรงหน้าตักของคนเป็นน้องขึ้นใส่ให้ที่หู พร้อมกับแย่งตัวเครื่องเล่นมากดเล่นเพลง ไม่พอเพิ่ม Volume ให้อีกซะจนเสียงเล็กร้องโวยวาย
“โอ๊ย!....พี่หูจะแตกแล้ว” ผู้จัดการวงหันมามองเบาะหลังอย่างคาดโทษ...เล่นอะไรกัน
“ขอโทษคร้าบบบ...” พี่ใหญ่รับผิดชอบด้วยการเอ่ยปากขอโทษ คนเป็นผู้จัดการได้แต่ส่ายหัวให้กับความเป็นพี่ใหญ่แต่รั่วหนักกว่าใครเพื่อนในวง ให้มันได้อย่างงี้สิ ชเว ซึงฮยอน
โชคดีที่แดซองและยองแบยังหลับเป็นตายไม่ลุกขึ้นมาด้วยอีกคน ฟู่ว!!
ผมหันมามองเจ้าน้องคนเล็กที่ตอนนี้ทำเป็นไม่รู้เรื่องอะไร นอนฟังเพลงสบายใจเฉิบไปแล้ว เดี๋ยวก่อนเถอะ...ไอ้ตัวแสบแหกปากโวยวายให้ผมรับหน้ากับผู้จัดการแล้วดูมันสิ นอนฟัง MD ยิ้มสะใจเฉยอีก ร้ายเหมือนคนพี่มันไม่มีผิดเลยจริงๆ
อ๊ะ!!...จียงๆ ผมควรจะหันมาสนใจจียงได้แล้ว แต่ทว่า................................
หลับ?..................
หลับไปตั้งแต่เมื่อไหร่ ทำไมทุกคนพร้อมใจกันหลับไปหมดแล้วล่ะ โฮก......
“เอางั้นก็ได้” ร่างสูงใหญ่พิงหลังเข้าไปเต็มพนักกว้างจงใจเบียดร่างเอียงเข้าไปหาคนที่นั่งติดกระจกแทนที่ของเขาในตอนแรก มือหนาที่วางอยู่บนตักของตัวเองค่อยๆคืบคลานเข้าตรงหน้าขาที่มีรอยขาดๆกรีดเปิดทางโชว์ความขาวเนียนอยู่.....วางมือแหมะลงพร้อมกับเกลี่ยข้อนิ้วเล่นบนขาขาว สะกิดให้อีกคนที่ยังไม่หลับสนิทรู้สึกตัวขึ้นมา
ชเว ซึงฮยอนเกลียดรถตู้กับพื้นที่นั่งด้านหลังว่ะคับ...จะกว้างไปไหน แล้วทำไมมันต้องทำให้นั่งได้มากกว่าสองคนด้วยไม่เข้าใจ แต่ที่จริงแล้วทำไมผมถึงไม่เลือกนั่งเบาะหน้าที่มันนั่งได้สองคนล่ะวะ แมร่มมาคิดตอนนี้แล้วมันจะไปทันกินอะไร แดซองกับยองแบนั่งไปแล้วเรียบร้อย อีกเบาะที่นั่งเดี่ยวก็เป็นของผู้จัดการวง อันนั้นไม่เกี่ยวไม่สน
“จริงหรอ....พี่ก็ชอบเหมือนกัน เท่ดีใช่มั้ย?” คนสองคนหันไปพูดคุยกันหงุงหงิงน่ารัก มักเน่น่ะหรอน่ารัก......ไอ้เด็กจองล้างจองผลาญนั่นไม่น่ารักในสายตาผมหรอกคับ มันต้องเด็กดื้อด้านแบบควอน จียงนี่ ขนาดให้ข้อแม้ไปก็ยังไม่สะทกสะท้านเลย กล้าใส่มันมาแล้วแบบนี้ แสดงว่าเตรียมตัวรับกับข้อแม้แล้วแน่ๆใช่มั้ย
“ตรงนี้ก็ขาด..................ตรงนี้ก็ขาด”
เฮ่ย!........ไอ้เด็กเปรต!!!
ว่าเฉยๆไม่พอ....ทำไมต้องเอานิ้วไปจิ้มขาขาวๆของจียงตามรอยขาดๆนั่นด้วย แมร่ม! เผลอคิดอะไรแปบเดียวมันก็ถือโอกาสจ้วงเอาๆซะแล้ว
“เฮ้ยๆ.....มากไปแล้ว อย่ามาจิ้มเหมือนเป็นของเล่นสิเฟ้ย” มือใหญ่ปัดมือคนเป็นน้องออกอย่างหึงหวง ซึงรีเหลือบตาแพนด้าขึ้นมอง
“พี่จะหวงอะไรนักเนี่ย....ปกติผมก็เล่นกับพี่จียงบ่อยจะตายไป....เนอะ” ท้ายประโยคหันไปเนอะแนะกับจียง เล่นบ่อย....เล่นบ่อยงั้นหรอ ไอ้จิ้มขาขาวๆของจียงน่ะนะที่เล่นกันบ่อยๆ
เฮ้ย! ต่อไปนี้ไม่ได้....ปล่อยให้อยู่ด้วยกันไม่ได้แล้ว เกิดไอ้มักเน่ร้อนรนจับกดจียงขึ้นมา.....ไอ้เทมป์ก็ตายห่านสิเว่ยไอ้มักเน่มันยิ้มไม่เท่าไหร่แต่คนที่นั่งข้างๆผมเนี่ยยิ้มรับแบบนั้นมันท้าทายอารมณ์ของชเว ซึงฮยอนมากไป ไม่ได้.....ปล่อยเอาไว้แบบนี้ไม่ดีแน่
“เปลี่ยนที่กันหน่อยสิ”
“อะไรอีกเล่า...นั่งเฉยๆได้มั้ย”
“อย่าทำตัวมีปัญหา....แค่กางเกงยังไม่พอใช่มั้ย?” ไอ้หล่อนี่!!.......มันชักจะพาลมากไปแล้วนะ หาว่าเขาทำตัวมีปัญหาเหมือนกางเกงหรอ
“นี่...ชเว ซึงฮยอนรู้แล้วว่ารัก ว่าหวงแต่ช่วยเก็บอาการหน่อยได้มั้ย” นี่กล้าพูดแล้วนะเนี่ยทั้งๆที่เขินจะแย่ละ ซึงรีมันกลั้นยิ้มพออกพอใจใหญ่แล้ว ดีที่ไอ้สองตัวข้างหน้ามันเอาหัวซบกันหลับไม่งั้นคงได้ยินด้วยแน่ๆ
“ก็รู้แล้วยังทำ?”
จิ๊....ไม่รู้จะพูดอะไรแล้ว ว่ามันทีไรก็จนมุมมันทุกครั้ง จำต้องยอมแลกที่นั่งกับมันน่ะสิ ดูมันยิ้มเข้าไม่อยากมองหน้าแล้ว....................เขินโว้ย!!
“แหมๆ...แค่น้องจับนิดจับหน่อยก็ไม่ได้เลยนะ” ซึงรีอดแซวไม่ได้เมื่อร่างสูงใหญ่มานั่งแทนที่พี่ชายสุดที่รักอีกคน
“ฟัง MD ไปเลยไป....อย่าพูดมาก” มือหนาจัดการจับหูฟังที่กองอยู่ตรงหน้าตักของคนเป็นน้องขึ้นใส่ให้ที่หู พร้อมกับแย่งตัวเครื่องเล่นมากดเล่นเพลง ไม่พอเพิ่ม Volume ให้อีกซะจนเสียงเล็กร้องโวยวาย
“โอ๊ย!....พี่หูจะแตกแล้ว” ผู้จัดการวงหันมามองเบาะหลังอย่างคาดโทษ...เล่นอะไรกัน
“ขอโทษคร้าบบบ...” พี่ใหญ่รับผิดชอบด้วยการเอ่ยปากขอโทษ คนเป็นผู้จัดการได้แต่ส่ายหัวให้กับความเป็นพี่ใหญ่แต่รั่วหนักกว่าใครเพื่อนในวง ให้มันได้อย่างงี้สิ ชเว ซึงฮยอน
โชคดีที่แดซองและยองแบยังหลับเป็นตายไม่ลุกขึ้นมาด้วยอีกคน ฟู่ว!!
ผมหันมามองเจ้าน้องคนเล็กที่ตอนนี้ทำเป็นไม่รู้เรื่องอะไร นอนฟังเพลงสบายใจเฉิบไปแล้ว เดี๋ยวก่อนเถอะ...ไอ้ตัวแสบแหกปากโวยวายให้ผมรับหน้ากับผู้จัดการแล้วดูมันสิ นอนฟัง MD ยิ้มสะใจเฉยอีก ร้ายเหมือนคนพี่มันไม่มีผิดเลยจริงๆ
อ๊ะ!!...จียงๆ ผมควรจะหันมาสนใจจียงได้แล้ว แต่ทว่า................................
หลับ?..................
หลับไปตั้งแต่เมื่อไหร่ ทำไมทุกคนพร้อมใจกันหลับไปหมดแล้วล่ะ โฮก......
“เอางั้นก็ได้” ร่างสูงใหญ่พิงหลังเข้าไปเต็มพนักกว้างจงใจเบียดร่างเอียงเข้าไปหาคนที่นั่งติดกระจกแทนที่ของเขาในตอนแรก มือหนาที่วางอยู่บนตักของตัวเองค่อยๆคืบคลานเข้าตรงหน้าขาที่มีรอยขาดๆกรีดเปิดทางโชว์ความขาวเนียนอยู่.....วางมือแหมะลงพร้อมกับเกลี่ยข้อนิ้วเล่นบนขาขาว สะกิดให้อีกคนที่ยังไม่หลับสนิทรู้สึกตัวขึ้นมา
“เล่นอะไรเนี่ย?” เอ่ยถามเบาๆพร้อมกับมองหน้าคนที่ตามประชิดตัวตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่ยักรู้ หวังว่าคงไม่มีใครเห็นใช่มั้ย จียงกวาดตามองคนนั้นทีคนนี้ทีก็ไม่มีใครมองกลับมา แม้แต่พี่คนขับรถก็ตั้งใจมองถนนข้างหน้าต่อไปไม่ได้สนใจ ถึงได้โล่งอก.........แต่กับไอ้คนตรงหน้านี่ล่ะจะทำยังไงดี เสียงดัง โวยวายก็ไม่ได้
“แอบไปกรีดมาเพิ่มใช่มั้ย?” เสียงอันเยียบเย็นเอ่ยถาม
“เห?....”
ควอน จียงไม่ได้ตกใจแต่แปลกใจมากกว่า........มันรู้ได้ไงว่าผมแอบไปกรีดรอยเพิ่ม?
“ฉันจำได้ว่ารอยกรีดมันไม่ได้ขึ้นสูงแบบนี้” อ้อหรอ! ฉลาดกับเรื่องไม่เป็นเรื่องอีกแล้วสิ
“นายเบลอแล้ว...พี่เขากรีดมาให้แบบนี้ตั้งแต่แรกต่างหาก อย่ามากล่าวหากันสิ” ยังไงซะผมก็ต้องหาทางรอดอ่ะ
“ตกใจที่ฉันรู้ทันงั้นหรอ” ผมบอกแล้วไงว่าผมรู้จัก ควอน จียงดี
“จิ๊!......ก็แล้วมันจะเป็นอะไร” จียงจิ๊ปากใส่ ก่อนจะทำหน้านิ่งกวนๆถามกลับ เรียกเสียงหัวเราะเบาๆให้ดังขึ้นพอได้ยินกันสองคน
“งั้นเอาแบบเบาๆไปก่อนละกัน เพราะข้อแม้ที่ตกลงกันไว้หลังจากเสร็จงานนี้.....ฉันจะทวงทีหลัง” ไม่ทันให้จียงได้ประมวลผลกับคำพูดที่ถูกส่งผ่านมา ริมฝีปากที่เอื้อนเอ่ยเอาแต่ได้ก็กดปิดลงมาบนกลีบปากของจียงในทันที ร่างเล็กปิดตาแน่นไม่กล้าลืมตามอง เขินอายเกินกว่าจะกล้าสู้หน้าได้ ริมฝีปากเลยถูกลิดรอน ป้อนจูบอย่างวาบหวามมือเล็กจิกแน่นที่ปกเสื้อกันหนาวสีฟ้าที่ลายข้างหลังเป็นรูปมิกกี้เม้าส์ ไม่เข้ากับคนใส่อย่างมากแต่มันก็ยังดันทุรังจะใส่ เห็นมั้ยว่าทีมันยังใส่อะไรแบบนี้ได้เลย
“อื้อ....พอ.....” ผมถูกจียงดันออกด้วยแรงอันน้อยนิด......จริงๆมันก็ไม่ถึงกับทำให้ผมต้องผงะออกหรอกนะ แต่ก็บอกแล้วไงว่าเอาแบบเบาๆไปก่อน ปากยังหวานซาบซ่านดีเหมือนเดิมแฮะ ติดแต่ไอ้แว่นกรอบดำของจียงเนี่ย ทำไมเมื่อกี้กรูไม่ถอดมันออกก่อนวะ!
“แค่กๆ....” เสียงไอของซึงรีทำให้จียงต้องเบิกตากว้างขึ้นอย่างตกใจ อย่าบอกนะว่า..................
ซึงฮยอนหันมามองเจ้าของเสียงไอ แล้วก็พบว่าเจ้าตัวเล็กมันไม่ได้หลับอย่างที่คิด แต่มันเห็นทุกอย่างที่เกิดขึ้นทั้งหมด นั่นน่ะกวนอีก ยักคิ้วหลิ่วตาล้อเลียนเดี๋ยวปั๊ด!!
“โห....กับอีแค่กางเกงตัวเดียวพี่ชายผมต้องถูกแลกจูบอย่างงั้นด้วยหรอ.........พี่เทมป์เอาเปรียบเกินไปหรือเปล่า?” มันยังมีมากกว่านี้อีกที่นายไม่รู้น่ะซึงรี เหอะๆ
“นะ...นายเห็นหรอ” เสียงเล็กที่ดังอยู่ข้างๆผมเอ่ยถาม หน้าตาดูกังวลแล้วก็ตกใจมาก แต่ผมก็แค่รู้สึกว่าเรื่องมันธรรมดาอ่ะ
“แหะๆ...ไม่ได้ตั้งใจจะดูหรอกนะพี่ แต่ว่า............” ผมเห็นตั้งแต่ไอ้พี่เทมป์มันเอานิ้วไปสะกิดๆขาขาวๆของพี่แล้ว
“กรรมเวรของจียง...........”
สิ้นคำพูดของคนเสียจูบก็ไม่มีใครพูดอะไรอีก ซึงรีรู้ว่าพี่จียงอายก็เลยหันหน้าหนีให้เองดีกว่า เปิดเพลงฟังต่อไปหลังจากที่ Pause มันไว้ตั้งนาน บทสนทนาของคนทั้งคู่ยังทำให้เขายิ้มได้ทั้งๆเพลงที่กำลังฟังมันเศร้าซะจนเรียกน้ำตา แต่ตอนนี้ร้องไม่ออกเพราะมัวแต่กลั้นยิ้มอยู่น่ะสิ ดีแล้วๆที่เลือกมานั่งเบาะหลังสุด ฮ่าๆ
..........................
...................................
To Be Con.
พอดีว่ายังแต่งไม่เสร็จแต่อยากลง 55++
NC ยังไม่โผล่เลยไว้เจอพาร์ทเต็มๆในบ้านนะคับ......
“แอบไปกรีดมาเพิ่มใช่มั้ย?” เสียงอันเยียบเย็นเอ่ยถาม
“เห?....”
ควอน จียงไม่ได้ตกใจแต่แปลกใจมากกว่า........มันรู้ได้ไงว่าผมแอบไปกรีดรอยเพิ่ม?
“ฉันจำได้ว่ารอยกรีดมันไม่ได้ขึ้นสูงแบบนี้” อ้อหรอ! ฉลาดกับเรื่องไม่เป็นเรื่องอีกแล้วสิ
“นายเบลอแล้ว...พี่เขากรีดมาให้แบบนี้ตั้งแต่แรกต่างหาก อย่ามากล่าวหากันสิ” ยังไงซะผมก็ต้องหาทางรอดอ่ะ
“ตกใจที่ฉันรู้ทันงั้นหรอ” ผมบอกแล้วไงว่าผมรู้จัก ควอน จียงดี
“จิ๊!......ก็แล้วมันจะเป็นอะไร” จียงจิ๊ปากใส่ ก่อนจะทำหน้านิ่งกวนๆถามกลับ เรียกเสียงหัวเราะเบาๆให้ดังขึ้นพอได้ยินกันสองคน
“งั้นเอาแบบเบาๆไปก่อนละกัน เพราะข้อแม้ที่ตกลงกันไว้หลังจากเสร็จงานนี้.....ฉันจะทวงทีหลัง” ไม่ทันให้จียงได้ประมวลผลกับคำพูดที่ถูกส่งผ่านมา ริมฝีปากที่เอื้อนเอ่ยเอาแต่ได้ก็กดปิดลงมาบนกลีบปากของจียงในทันที ร่างเล็กปิดตาแน่นไม่กล้าลืมตามอง เขินอายเกินกว่าจะกล้าสู้หน้าได้ ริมฝีปากเลยถูกลิดรอน ป้อนจูบอย่างวาบหวามมือเล็กจิกแน่นที่ปกเสื้อกันหนาวสีฟ้าที่ลายข้างหลังเป็นรูปมิกกี้เม้าส์ ไม่เข้ากับคนใส่อย่างมากแต่มันก็ยังดันทุรังจะใส่ เห็นมั้ยว่าทีมันยังใส่อะไรแบบนี้ได้เลย
“อื้อ....พอ.....” ผมถูกจียงดันออกด้วยแรงอันน้อยนิด......จริงๆมันก็ไม่ถึงกับทำให้ผมต้องผงะออกหรอกนะ แต่ก็บอกแล้วไงว่าเอาแบบเบาๆไปก่อน ปากยังหวานซาบซ่านดีเหมือนเดิมแฮะ ติดแต่ไอ้แว่นกรอบดำของจียงเนี่ย ทำไมเมื่อกี้กรูไม่ถอดมันออกก่อนวะ!
“แค่กๆ....” เสียงไอของซึงรีทำให้จียงต้องเบิกตากว้างขึ้นอย่างตกใจ อย่าบอกนะว่า..................
ซึงฮยอนหันมามองเจ้าของเสียงไอ แล้วก็พบว่าเจ้าตัวเล็กมันไม่ได้หลับอย่างที่คิด แต่มันเห็นทุกอย่างที่เกิดขึ้นทั้งหมด นั่นน่ะกวนอีก ยักคิ้วหลิ่วตาล้อเลียนเดี๋ยวปั๊ด!!
“โห....กับอีแค่กางเกงตัวเดียวพี่ชายผมต้องถูกแลกจูบอย่างงั้นด้วยหรอ.........พี่เทมป์เอาเปรียบเกินไปหรือเปล่า?” มันยังมีมากกว่านี้อีกที่นายไม่รู้น่ะซึงรี เหอะๆ
“นะ...นายเห็นหรอ” เสียงเล็กที่ดังอยู่ข้างๆผมเอ่ยถาม หน้าตาดูกังวลแล้วก็ตกใจมาก แต่ผมก็แค่รู้สึกว่าเรื่องมันธรรมดาอ่ะ
“แหะๆ...ไม่ได้ตั้งใจจะดูหรอกนะพี่ แต่ว่า............” ผมเห็นตั้งแต่ไอ้พี่เทมป์มันเอานิ้วไปสะกิดๆขาขาวๆของพี่แล้ว
“กรรมเวรของจียง...........”
สิ้นคำพูดของคนเสียจูบก็ไม่มีใครพูดอะไรอีก ซึงรีรู้ว่าพี่จียงอายก็เลยหันหน้าหนีให้เองดีกว่า เปิดเพลงฟังต่อไปหลังจากที่ Pause มันไว้ตั้งนาน บทสนทนาของคนทั้งคู่ยังทำให้เขายิ้มได้ทั้งๆเพลงที่กำลังฟังมันเศร้าซะจนเรียกน้ำตา แต่ตอนนี้ร้องไม่ออกเพราะมัวแต่กลั้นยิ้มอยู่น่ะสิ ดีแล้วๆที่เลือกมานั่งเบาะหลังสุด ฮ่าๆ
..........................
...................................
To Be Con.
พอดีว่ายังแต่งไม่เสร็จแต่อยากลง 55++
NC ยังไม่โผล่เลยไว้เจอพาร์ทเต็มๆในบ้านนะคับ......
edit @ 28 May 2008 10:02:06 by Bapeboyz>>T.O.P



รอพาทเต็มนะพ่อ
ข้อแม้!
ข้อแม้!
ข้อแม้!
รอข้อแม้!
5555 5 55 5 5 5 555
#1 By db-toon (118.174.62.62) on 2008-05-30 01:04