[Fic] I'm A Man (Ch.3) [Temp*GD]

posted on 20 Jun 2008 15:23 by bojae-shinki

 

Title: I’m A Man
Chapter: 3
Author: Shin-Dragon
Paring: Tempo*G-dragon
Genre: Drama
Rate: PG-13 - NC-17

 

 

ปัง!!


ผมพยายามยืนสงบจิตสงบใจก่อนที่จะเข้าไปในส่วนของห้องนั่งเล่นที่คิดว่าฮยอนซึงคงกำลังนั่งทำการบ้านเหมือนอย่างทุกๆวัน ผมต้องพูดให้เหมือนปกติที่สุด ผมจะไม่อารมณ์เสีย และจะไม่หงุดหงิด ผมจะลืมซะว่าไอ้บ้านั่นมันพูดอะไรกับผมเอาไว้



ว่างเปล่า~



ไม่มีแม้แต่เงาของฮยอนซึง ผมทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟา เสยผมขึ้นลวกๆ หลับตาคิดทบทวนอะไรหลายๆอย่างในวันนี้ที่เกิดขึ้นกับพวกผม ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมผมถึงว้าวุ่นใจจนหาสาเหตุของมันไม่ได้ ผมทั้งระแวง ทั้งกลัวว่าความลับของผมจะถูกเปิดเผย ถ้ามันจะเป็นอย่างนั้นผมขอเป็นคนเลือกบอกเองจะได้มั้ย ไม่ใช่ว่าใครที่กุมความลับของผมอยู่เอาไปพูดหรอกนะ



ควอน จียง ถึงจะขี้ขลาดแต่ก็ไม่เคยใช้วิธีสกปรกๆ



“บ้าเอ้ย!...” ผมคว้าหมอนใบเล็กที่วางอยู่ข้างๆขึ้นมาเขวี้ยงมันใส่กำแพงอย่างนึกโมโห อยู่ๆภาพที่ผมโดนซึงฮยอนขืนจูบก็วิ่งแล่นเข้ามาในความคิดพร้อมๆกับคำพูดที่ว่า อย่าลืมเก็บจูบของฉันไปฝันด้วยนะ



ผมเดาไม่ออกเลยจริงๆว่าซึงฮยอนคิดจะทำอะไร เขากำลังเห็นผมกับฮยอนซึงเป็นเกมส์ที่เขาอยากจะเล่นเมื่อไหร่ก็ได้รึไง


ไอ้เด็กบ้านั่นอีก...ทำไมถึงมีแต่บุคคลอันตรายๆทั้งนั้นเลยนะ



แกร๊ก!


ผมลืมตาขึ้นทันทีที่ได้ยินเสียงเปิดประตูห้อง...แล้วก็พบว่าฮยอนซึงอยู่ในชุดนอนสบายๆเรียบร้อยแล้ว ต่างจากผมที่ยังอยู่ในชุดนักเรียนเสื้อเชิ้ตเปรอะรอยซอสที่ล้างไม่ออกอยู่เลย โทรมสุดๆ ทั้งเหม็นเหงื่อ ทั้งสกปรก


“จียง...........” เสียงหวานเรียกให้ผมต้องลุกขึ้นเดินเข้าไปหาช้าๆ


“ฉันนอนไม่หลับ.....ฉันอยากเจอซึงฮยอนอีกจังเลย”


เพล้ง!! เหมือนหัวใจของผมถูกเหยียบด้วยเท้าที่มองไม่เห็นเป็นร้อยๆพันๆคู่ ฟัน แทงเข้าด้วยของมีคมไม่นับชิ้น เจ็บปวดกรีดร้องลั่นไปทั่วทั้งอก ผมยืนกัดฟันตัวเองข่มความร้าวรานอยู่ต่อหน้าฮยอนซึง แต่สุดท้ายก็ต้องฝืนยิ้มอย่างที่สุด เพื่อความสบายใจของฮยอนซึง สิ่งแรกที่ผมนึกถึงไม่ว่าจะยังไงก็ตามผมจะไม่ทำให้ฮยอนซึงเสียใจเด็ดขาด


“เขาบอกว่าจะอยู่ที่นี่...ไม่ต้องห่วงหรอก นายต้องได้เจอเขาอีกแน่ๆ” ผมจะไม่ยอมให้มันเป็นอย่างนั้น แต่ต้องทำยังไง ใครจะบอกได้มั้ยว่าผมต้องทำยังไง ผมฝืนพูดออกไปทั้งๆที่สีหน้าของผมคงเจ็บปวดซะเหลือเกิน ฮยอนซึงก็ยังไม่รู้ เขาไม่รู้เลยว่าผมรู้สึกยังไง


“จียง...นายโกรธซึงฮยอนหรอ?” ผมคิดเอาว่าฮยอนซึงคงดูจากเหตุการณ์ที่ร้านอาหารแล้วก็ที่หน้าบ้านเมื่อไม่นานนี้


จะบอกว่าโกรธมันก็ดูจะเล็กน้อยไป ผมน่ะเกลียดที่สุดเลยด้วยซ้ำ ไม่คิดว่าคนเป็นเพื่อนกันจะเปลี่ยนไปได้ขนาดนี้ ผมไปทำอะไรให้ก็ไม่รู้ ถ้าจะว่าไปตอนเด็กๆถึงจะทะเลาะกันบ่อยๆแต่เราก็ยังเป็นเพื่อนกันนี่


ผมไม่รู้ว่าเขากลับมาเพื่อที่จะเอาคืนผมกับเรื่องไม่เป็นเรื่องเมื่อตอนเด็กนั่นหรือเปล่า ผมไม่เข้าใจ


“จียง......” เสียงหวานเอ่ยเรียกอีกครั้งเมื่อเห็นว่าเพื่อนยืนนิ่งไป


“อ้ะ....ขอโทษๆ ไม่หรอกฉันจะโกรธหมอนั่นทำไมกันล่ะ” โกหก....ควอน จียงคนขี้โกหก


“แต่นายดูเหมือนไม่พอใจเลย....”


“อย่ากังวลเลยน่า...นี่ไปนอนได้แล้วเดี๋ยวพรุ่งนี้ตื่นสายนะ” ผมลูบที่ผมนิ่มนั้นอย่างเอ็นดู หน้าตาน่ารักอย่างฮยอนซึงทำให้ผมเห็นแล้วอดหวงขึ้นมาไม่ได้ ไม่อยากให้ใครเข้าใกล้เลยจริงๆ


“ห่วงตัวเองเถอะ นอนตื่นสายประจำ.....” ว่าให้ผมเสร็จสรรพก็เดินหายเข้าไปในห้องทันที ทำเอาผมต้องถอนหายใจด้วยความน่ารัก น่าเอ็นดูอีกแล้วสินะ


แกร๊ก.....


“อะไรอีก?” ผมถามออกไปเมื่อฮยอนซึงเปิดประตูห้องออกมาอีกครั้ง

“ลืมน่ะ.........จุ๊บ!! ฝันดีนะจียง อย่าลืมอาบน้ำด้วยรู้มั้ย....แหวะเหม็นๆ ฮ่าๆๆ”

อะไรกันน่ะ....เมื่อกี้มันเกิดอะไรขึ้น ทำไมผมถึงแข็งขยับตัวไม่ได้แบบนี้ ฮยอนซึง....................จุ๊บที่แก้มของผม นานแค่ไหนแล้วที่เขาไม่ได้ทำแบบนี้ เมื่อตอนเด็กเราเล่นกันบ่อยๆก็จริง แต่ตอนนี้มันคนละความรู้สึกกันกับเมื่อตอนเด็กนะ มันไม่ใช่จุ๊บแบบเด็กๆ

ผมเอามือลูบที่แก้มตัวเองอย่างเพ้อๆ อมยิ้มด้วยความพอใจ แล้วทิ้งตัวลงนอนกับโซฟาตัวยาว เหม็นแต่ก็จุ๊บมาได้นะ...น่ารักจริงๆ แทบจะทำให้ลืมเรื่องเลวร้ายไปได้ทั้งหมดแล้วเนี่ย ขอคิดถึงแค่จุ๊บที่แก้มของ
ฮยอนซึงก็พอแล้วนะ



ติ๊ดๆๆ



“อ้ะ....” ผมยังยิ้มค้างอยู่เลยแม้แต่ตอนที่หยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดดูเมสเซจที่มีคนส่งเข้ามา



- เตรียมตัวเตรียมใจไว้ให้ดี นายคือคนที่จะถูกแกล้งเป็นรายต่อไป -


ผมขมวดคิ้วมุ่นด้วยความสงสัย ใครกันที่ส่งเมสเซจแบบนี้มาให้ผม ใครมันคิดจะมาแกล้งผมอีก ไม่รู้เลยรึไงว่าคนอย่างควอน จียง ไม่เคยให้ใครหน้าไหนมาหยาม มาแกล้งได้ อยากลองดีก็เชิญเลย!


เบอร์ของใคร?


ผมมองโทรศัพท์ที่หน้าจอถูกเปลี่ยนเป็นสายที่โทรเข้ามาแทนหน้าที่เป็นเมสเซจ คิดอย่างสงสัยว่าเบอร์ของใครที่โทรเข้ามาในเวลาดึกๆแบบนี้ ไม่ใช่เพื่อนในห้องแน่นอน เพราะเพื่อนในห้องต้องรู้สิว่าตอนดึกผมจะไม่รับโทรศัพท์แต่นี่..................... มันชักจะทำให้อดอยากรู้อยากเห็นไม่ได้ซะแล้ว

 

“นั่นใคร?” ไวเท่าความคิดผมกดรับสายแล้วกรอกเสียงเข้มๆลงไปทันที


“จะบอกว่าใครดี....เจ้าของจูบแรกดีมั้ย?”



ไอ้!!!!!!!!!!!!!!! ตอนแรกก็คิดจะสงสัยว่ามันรู้เบอร์ของผมได้ไง แต่พอคิดแบบฉลาดๆได้หน่อยก็หายสงสัยในทันทีว่าคนอย่างซึงฮยอนคงต้องทำทีเป็นขอเบอร์ติดต่อทั้งของผมแล้วก็ฮยอนซึงไว้แน่นอน แล้วมันก็เลือกที่จะมากวนประสาทผมแบบนี้ด้วย


“อ้ะๆ...คิดจะวางสายรึไง นายขี้ขลาดขึ้นเยอะเลยนะเนี่ย” ผมแทบจะคว้างโทรศัพท์ทิ้งได้เลยพอมันรู้ทางว่าผมจะกดตัดสายมันทิ้ง ถึงตอนนี้ผมไม่อยากจะรู้แล้วว่ามันเป็นใคร

“คิดจะปั่นหัวฉันรึไง มันไม่ง่ายอย่างนั้นหรอกนะ” ผมพูดออกไปอย่างไม่กลัวและท้าทาย ทั้งๆที่ใจผมว้าวุ่นไปหมด ผมไม่รู้ว่าซึงฮยอนจะมาไม้ไหน จะเล่นอะไรกับพวกผมอีก

“คิดอะไรอย่างนั้น...แค่ส่งเมสเซจไปแกล้งแค่นี้ นายก็กล่าวหาฉันแบบนี้เลยหรอ ใจร้ายไม่เปลี่ยนเลยนะ” กล่าวหา....ไมได้กล่าวหาสักนิด แต่ผมตราหน้ามันเอาไว้เลยว่ามันเป็นตัวร้าย ตัวมาร ตัวซาตานที่จะจองล้างจองผลาญผมแน่ๆ เพราะแค่วันแรกที่เจอกันมันก็ทำเอาผมป่วนปั่นไปหมดแล้ว


“ฉันไม่มีเวลามาพูดเล่นกับนาย....แค่นี้.....”

“เดี๋ยวก่อนสิ จะนอนแล้วหรอ? ขอฝากอะไรถึงฮยอนซึงหน่อยได้มั้ย” ผมกำลังกำมือแน่นกับผิวของโซฟาจนแทบจะหลุดติดมือออกมา ฝากอะไรถึงฮยอนซึงงั้นหรอ มันคิดจะก่อกวนผมจริงๆด้วยสินะ น้ำเสียงแบบนั้น....ผมอยากฆ่ามันจริงๆ


“พรุ่งนี้ฉันจะไปรับนะ บอกเขาด้วยว่าฉันก็รักเขาเหมือนกัน ฝันดีนะจียง.....” ตี๊ด! วางสายไปแล้วทันทีที่พูดจบ



ฉันก็รักเขาเหมือนกัน......


แต่ลงท้ายว่าฝันดีนะจียง.............




“ฉันเกลียดนาย.....ซึงฮยอน เกลียดนายที่สุดในสากลโลกเลย”


....................
..............................



“จะแหย่เขาไปถึงไหน....สนุกมากรึไงเนี่ย...พี่” คนเป็นน้องที่นั่งเล่นเกมส์กดอย่างสนุกมือพูดขึ้นขัดกับยิ้มสบายอารมณ์ของคนเป็นพี่ชายจนต้องหันกลับมามอง


“คนมันน่าแกล้ง ช่วยไม่ได้”


“รักเขาเข้าแล้วสิท่า” ซึงฮยอนคนน้องวางเกมส์ลงทันทีแล้วหันมาพูดด้วยน้ำเสียงล้อๆ เหมือนเด็กกำลังได้เล่นของเล่นชิ้นใหม่เป็นพี่ชายร่างสูงรูปหล่อที่ยืนเก๊กขรึมอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล



“ฉันรักฮยอนซึงต่างหาก” น้ำเสียงจริงจังนั่นทำเอาคนเป็นน้องถึงกับขมวดคิ้วไม่เข้าใจ อะไรเนี่ย?


“ไม่จริงอ่ะพี่กลบเกลื่อนความจริงอยู่ใช่มั้ย...พี่น่ะรักจียงต่างหาก” คนเป็นน้องยังพยายามจะหาความจริงแต่ก็ไม่พบแววล้อเล่นในสายตานั่นเลยสักนิด



“จียงน่ะฉันแค่อยากแกล้งเล่นสนุกๆไปอย่างนั้น เวลาไอ้หมอนั่นโมโหนี่มันจี้ใจเป็นบ้าเลยรู้มั้ย” ว่าพร้อมกับหัวเราะในลำคอ ซึงฮยอนคนน้องเริ่มหน้าเครียดขึ้นอีกเป็นสองเท่า



“พี่รักฮยอนซึงจริงๆหรอ”




“ตั้งแต่เด็ก” ทิ้งคำพูดไว้แค่นั้นแล้วก็เดินเข้าห้องนอนไปอย่างไม่อธิบายขยายความอะไรเอาไว้อีก



มันเป็นอย่างนั้นแน่หรอ พี่ซึงฮยอนรักฮยอนซึงจริงๆน่ะหรอ?

.

.

แล้วผมล่ะ?

ผมที่ก็รักฮยอนซึงล่ะ โธ่เว้ย! ทำไมมันเป็นแบบนี้ล่ะเนี่ย



...................
.........................




วันนี้ผมตื่นก่อนฮยอนซึงตั้งเป็นชั่วโมง อาบน้ำแต่งตัวเรียบร้อยทำอาหารเช้าไว้รอด้วย ถึงแม้เมื่อคืนจะนอนหลับไม่เต็มที่ ดีก็ตาม แต่วันนี้ผมจะพาฮยอนซึงไปโรงเรียนแต่เช้า ก่อนที่ใครบางคนที่ผมไม่อยากจะเห็นหน้าโผล่มา ผมเข้าไปปลุกฮยอนซึงในห้อง จนเจ้าตัวนึกแปลกใจที่เห็นผมอยู่ในชุดนักเรียนเตรียมพร้อมไม่เหมือนทุกที ถูกกล่าวหาว่าเมื่อคืนไม่อาบน้ำซะอีกแหน่ะ จนต้องให้เขาได้พิสูจน์กลิ่นนั่นแหละ อย่าให้ผมได้พูดเลย ดูเอาละกันว่าตอนนี้ผมบ้าแค่ไหนเดินยิ้มไปทั่วทั้งบ้านแล้ว แค่โดนฮยอนซึงจุ๊บอรุณสวัสดิ์แค่นี้


ออด!!!!


สงสัยจะเป็นเด็กส่งหนังสือพิมพ์ล่ะมั้ง ผมคิดแล้วก็เดินออกไปเพื่อจะหยิบหนังสือพิมพ์แต่ทว่า...............


ผมคิดผิด

.

.


“ไง จียง เมื่อคืนหลับสบายดีมั้ย?”


“ไม่ใช่เรื่อง...มาทำไม!” ผมตวัดเสียงถามอย่างไม่ต้อนรับ แค่ประตูรั้วกั้นอยู่แต่ทำไมผมถึงรู้สึกเหมือนไม่มีอะไรกั้นเอาไว้เลยสักนิดล่ะ

 


“อะไรกัน เสียมารยาทจัง ไม่คิดจะเชิญเข้าไปในบ้านบ้างเลยรึไง” มันทำสีหน้าประจานความไร้มารยาทของผมอย่างรู้สึกได้ว่าน่าอับอายให้ตายเถอะ มันแสดงสีหน้าเยาะเย้ยคนได้เจ็บปวดซะเหลือเกินจริงๆ แต่คนอย่างผมก็สู้ได้เหมือนกัน


“มารยาทดีๆก็เอาไว้ใช้กับคนดีๆ แต่มารยาททรามๆใช้กับคนทรามๆมันถึงจะสมน้ำสมเนื้อ” ผมนึกสะใจที่เห็นมันหน้าขรึมขึ้นหลังจากที่มันได้ยิ้มอย่างสะใจกับผมไปแล้ว เป็นไงล่ะ?


“ปากดีนักนะ....อยากโดนอีกรึไง”


“จูบไร้รสชาติแบบนั้นน่ะหรอ....เหอะอย่าพูดเลยดีกว่า จืดว่ะ” ชนะยกที่สองของควอน จียง วันนี้คงเป็นวันของผมบ้างล่ะหลังจากที่เมื่อวานนี้ผมพ่ายแพ้มันซะยับเยินเลย ผมจะได้เอาคืนบ้างแล้วคอยดูเถอะ


“จียง.............” ยังไม่ทันที่อีกคนจะได้สาดคำพูดเชือดเฉือนกลับมา เสียงเรียกของฮยอนซึงก็ทำให้ผมต้องรีบหันหลังกลับ ผมจะไม่ให้ฮยอนซึงเห็นว่าซึงฮยอนมาโดยเด็ดขาด


“อ้าว....นึกว่าไม่มีใครมาเปิดประตูให้ซึงฮยอนซะอีก” อะไรนะ…..ผมวิ่งเข้าไปในบ้านไม่ทันที่ฮยอนซึงจะเปิดประตูออกมาเห็นพอดี


แต่ที่บอกว่า นึกว่าไม่มีใครมาเปิดประตูให้ซึงฮยอนซะอีก หมายความว่ายังไง?


ผมหันกลับไปมองที่ซึงฮยอนอีกครั้งแล้วก็เห็นมันชูโทรศัพท์มือถือขึ้นพร้อมกับยิ้มอย่างคนชนะทีหลังดังกว่า ทำเอาผมต้องกำมือแน่นแล้วตึงตังเข้าไปในบ้านทันทีไม่ยอมเปิดประตูให้ เดือดร้อนฮยอนซึงเองนั่นแหละที่เดินไปเปิด


“จียงเป็นแบบนี้อีกแล้ว...พวกนายทะเลาะกันอีกหรอ” ฮยอนซึงเอ่ยขึ้นถามในขณะที่มือแกร่งเลื่อนมาโอบรอบคออีกคนไว้


“ไม่นี่...เจ้าหมอนั่นคงแค่อยากต่อยฉันเหมือนเมื่อตอนเด็กๆเวลาที่ฉันชอบแกล้งนายล่ะมั้ง” ฮยอนซึงเลยได้แต่ขำไม่สนใจว่าระหว่างเพื่อนทั้งสองคนมันเกิดอะไรกันขึ้น จนเข้ามาถึงในตัวบ้าน


“ซึงฮยอนมาทานข้าวเช้าด้วยกัน วันนี้จียงตื่นมาทำอาหารเองเลยนะรู้มั้ย?” ฮยอนซึงพาคนตัวสูงเดินมานั่งลงบนโต๊ะอาหารข้างๆตน แล้วมองชามข้าวที่อยู่บนโต๊ะมันมีแค่สำหรับคนสองคนเท่านั้นนี่นา


“อ้ะ!! รอแปบนึงนะเดี๋ยวฉันไปตักข้าวมาให้” ทิ้งให้จียงนั่งกำตะเกียบเอาไว้อย่างสุดจะทน


“ฮยอนซึงนี่น่ารักดีเนอะ เอาอกเอาใจเก่งชะมัดเลย” คนพูดปรายสายตามองตามคนที่หายเข้าไปในห้องครัวอย่างสื่อความหมาย แต่เพื่อที่จะแกล้งให้ใครอีกคนที่นั่งไม่ติดเก้าอี้อยู่นี่หายใจฟึดฟัดเล่นเท่านั้นเองหรอกนะ


“เลิกยุ่งกับฮยอนซึง....นายอยากจะแกล้งฉันก็แกล้งไปแต่อย่ายุ่งกับเขา” ผมพูดอย่างอดทนที่สุดเพื่อที่จะเจรจาไม่ให้เสียงดังเล็ดลอดไปเข้าหูของฮยอนซึงที่อยู่ในครัวไม่ไกลจากโต๊ะอาหาร


“เพราะฮยอนซึงเป็นคนที่มีอิทธิพลต่อนายไงล่ะ....” ผมทนกับคำพูดที่เหมือนเห็นฮยอนซึงเป็นหมากตัวนึงในเกมส์ที่จะเอามาล้อเล่นนั่นไม่ได้ เสียงวางตะเกียบดังกระทบกับโต๊ะเสียงดังซะจนฮยอนซึงรีบวิ่งออกมาดู


“เกิดอะไรขึ้น....จียงเป็นอะไรไป” เสียงหวานถามสั่นๆเพราะเห็นท่าทางโกรธๆของผม นับหนึ่งถึงร้อยในใจ เกือบจะได้ร้อยอยู่แล้วถ้าไม่ใช่เพราะซึงฮยอนพูดอะไรขึ้นมาซะก่อน


“เป็นเพื่อนที่รักนายมากเลยนะ ฮยอนซึง”


ตุ๊บ!!


ผมต่อยซึงฮยอนไปที่มุมปากอย่างแรงจนเลือดซึมออกมาให้เห็น เหตุการณ์ที่ผมไม่สามารถควบคุมอะไรได้เลย นอกจากยืนหายใจติดขัดเพราะอารมณ์ที่ยังปะทุขึ้นอยู่ไม่ยอมสงบ


ฮยอนซึงร้องออกมาเสียงหลงเมื่อเห็นซึงฮยอนโดนต่อยล้มลงไปแบบนั้น จะโทษใครได้ก็ซึงฮยอนพูดออกมาแบบนั้นเองทำไม ถึงแม้มันจะฟังเหมือนเป็นเรื่องธรรมดาที่จะบอกว่าเป็นเพื่อนที่รักกันมากก็ตามที แต่คนที่รู้ความลับของผมอย่างซึงฮยอนถ้าไม่จงใจจะพูดให้ผมเสียความเป็นตัวของตัวเอง มันจะเพราะอะไรอีก มันจะมีเหตุผลอะไรที่จะน่าสะใจไปกว่าการพูดให้ผมเป็นแบบนี้


“จียง....ไม่มีเหตุผลเลยนะ ทำไมถึงต่อยซึงฮยอนแบบนี้” ฮยอนซึงประคองร่างที่ล้มลงไปขึ้นมาประคองไว้ เหอะ เก่งนักไม่ใช่รึไงทำไมแค่ยืนขึ้นมาแค่นี้ยังประคองตัวเองไม่เป็นเลยหรอ


“ไม่เป็นไรหรอกน่า....ฉันบอกแล้วไงว่าจียงแค่อยากต่อยฉันเท่านั้นเอง” มือของซึงฮยอนลูบหลังปลอบ
ฮยอนซึงให้หายตกใจ แสดงละครตบตาได้เก่งมาก เก่งซะจนเขาเสียการควบคุมตัวเองไปเลยจนต้องเดินปึงปังหนีออกมาจากบ้านทั้งๆแบบนั้น


……………………
……………………………
…………………………………


วันของจียงงั้นหรอ?


“ฉันเกลียดนาย...........เกลียดว้อย!!” เสียงร้องลั่นท่ามกลางท้องถนนที่คลาคล่ำไปด้วยผู้คนมากมายที่กำลังวิ่งหาที่หลบฝนที่กำลังจะตกลงมา ผิดกับอีกคนที่เดินเตะนั่นเตะนี่ไปเรื่อยอย่างระบายอารมณ์


ซ่า!!!!


จนกระทั่งฝนตกลงมาอย่างแรง ร่างสูงผอมบางนั่นก็ยังเดินสะเปะสะปะต่อไป...เสื้อผ้าชุดนักเรียนเปียกปอนจนเห็นผิวเนื้อสีขาว หลังบางหันชนเข้ากับเสาไฟฟ้าข้างทางก่อนจะไถลตัวลงนั่งพิงอย่างหมดเรี่ยวแรง

“ทำไมต้องเป็นแบบนี้....ทำไมนายต้องทำแบบนี้ ทำม๊ายยยยย!!!” กำปั้นเล็กๆระรัวทุบเข้ากับเสาไฟฟ้าจนแดงเถือกช้ำเลือดไปทั้งมือ แต่คนทุบก็ยังไม่ราแรงลงแม้แต่น้อย ยังกระหน่ำทุบลงไปเรื่อยๆจนเลือดสีแดงไหลเปรอะออกมาปนกับน้ำฝน เสื้อสีขาวเปื้อนรอยแดงของเลือดอย่างน่าตกใจสำหรับผู้พบเห็นแต่ก็ไม่มีใครกล้าเข้าไปยุ่งวุ่นวายด้วยสักคน นอกจากเสียงซุบซิบนินทามากมาย



“เฮ้ย!...นาย”






To Be Con.



.................
.......................


สั้นจริงๆได้ใจ 55++
อ่าชอบนะ ชอบเรื่องนี้จริงๆ
มันยังมีอะไรอยู่ในหัวอีกมากมายเลยกับเรื่องนี้
ไม่รู้คนอื่นจะคิดยังไงนะ แต่สำหรับผม ผมชอบเรื่องนี้จริงๆอ่ะ
ฝากติดตามอ่านกันด้วยแล้วกันนะคับผม

ขอบคุณสำหรับทุกคนที่ติดตามอ่านฟิคของผมทุกเรื่อง
แล้วก็ขอบคุณที่มีคอมเมนท์ดีๆให้ด้วยคับ
love.gif

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

ตามมาทวงที่นี่

5555 5 5 5 555 5 5

อัพไวๆนะพ่ออออออออออออออ

ปล่อยลูกรอนานลูกจะฟ้องแม่ โฮะๆๆๆ

พาทหน้าขอแบบ จีเครียดหนักๆอ่ะ

ชอบอะไรที่มันทรมานจียง

เอาแบบเจ็บปวดสุดฤทธิ์

(อิตูนมันบร้า~ 555)

สู้ๆค่ะพ่อ

^^

อัพไวแม่รักแม่หลง

เอิ๊กๆ

#1 By db-toon (118.174.144.138) on 2008-06-21 00:40

อ่า เราอ่านมาสามตอนรวดเลย
ขอเม้นต์ให้ ตอนที่สาม เลยละกานนะค่ะ

เราชอบนะ ชอบคู่นี้และฟิคตัวนี้
แอบสงสารจีนะ T^T

แงๆ
แต่คิดว่า มันน่าจะมีอะไร มากกว่านี้อีกหล่ะ
เหอะๆ

ขอบคุณที่แต่งมาแบ่งกันอ่านค่ะsurprised smile

#2 By #FlebilE ~* on 2008-06-21 00:41

อ๊ากกกกก เทมป์เลววววววววว

ทำไมชอบแกล้งจียงงงงงงงงงง
สงสารจียงอ่ะฮะ
นี่แบบ อ่านไปลุ้นไปเลยนะเนี่ย

"เทมป์เลวได้จายยยยยยยยยย"

*กร๊ากกกก*

เป็นฮยอนซึงนี่ดีจังเลยนะ
มีแต่คนมารุมรัก อะไรจะปานนั้น
แล้วจียงของเค้าล่ะ ? (ของแกตั้งแต่เมื่อไหร่มิทราบ 555)

อ่านไปอินไป นั่งจุ้มปุ๊ก เครียดไปกะจียงทันที

เอิ้กส์ ~

#3 By KATSU (125.25.98.186) on 2008-08-18 22:55

เห็นมั้ยตาเท๊ม แกรักจีเค้าให้แล้วจริงๆด้วย ทำเป็นปากแข็ง เห็นแล้วมันน่า......จับกดเจงๆเยย

จีจ๋า ไม่เปงไรนะลูกสู้ๆ ตอนนี้มันรักลูกแล้วแต่มันมะรู้ตัวเนื่องจากมันชอบทำเปงนิ่ง

ตาเท๊ม ถ้าจีหายไปแกจะเสียใจ กร๊ากๆๆๆสะจาย

ดูเหมือนเราจะเข้าข้างจีมากกว่าเท๊มเนาะ ก้อตาเท๊มมาทำให้จีเค้าเสียใจทำไมอ่ะ ขอบใจลูกซึงรีนะที่ทำให้แม่อ่านแล้วมีความหวังว่าเท๊มมันชอบจีจริงๆ
ลูกก้อรีบจีบฮยอนซึงให้ติดนะ จาได้เปงคู่ๆไป
ไม่สมหวังอย่างนี้ แม่เจ็บปวด

#4 By kawari (58.137.15.210) on 2008-08-28 20:20

ชอบค่ะ ชอบเรื่องนี้จิงๆ

จะดีมากถ้ามาต่อเร็วๆ และยาวๆ

ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

ชเวซึงฮยอนน่ะชอบน้องจีเข้าแล้วละ

แต่ทำปากแข็งไปงั้นแหล่ะ ชิท!

เอางี้ดีมั๊ยอีซึงฮยอน ลองมาจีบเจ้าจีดู

เผื่อชเวซึงฮยอนมันจะหึงหัวฟัดหัวเหวี่ยง

มันจะได้เลิกปากแข็งซักที วุ้ยๆๆ หมั่นไส้ชเวซึงฮยอน

แบบนี้ฮยอนซึงก้อเจ็บน่าดูเลยดิ๊~~

โอยๆๆๆๆๆ เล่นอะไรของมันเนี่ยชเวซึงฮยอน

#5 By sungpee (118.173.244.136) on 2008-09-20 00:12

เทมโปงี่เง่า ทำร้ายจิตใจจียงอยู่ได้ หมั่นไส้มากๆเลย

#6 By Aj on 2008-10-02 14:09

จีเป็นไรไปอ่ะ

เกลีดเทมโปโว้ย

; I’m your number one

#7 By hello-chompoo on 2008-10-03 13:49